แฟนบอลชาวไทย ที่เป็แฟนหงส์แดง อาจจะเอาใจช่วย มินามิโนะ แนวรุกสัญชาติญี่ปุ่น ของสโมสรลิเวอร์พูล กันพอสมควร เนื่องจากเป็นชาวเอเชียคนแรกของสโมสร แต่จากโอกาสของ ทาคุมิ มินาโมโนะ กับลิเวอร์พูล ดูจะน้อยเสียจนน่าใจหาย หลังจากย้ายมาร่วมสโมสร เป็นเวลาเกือบ 2 ปี แล้ว
วันนี้ เก่งหลังเกม จะลองมาวิเคราะห์ สถานการ์ของ มินามิโนะ ว่าเจ้าตัวนั้นมีปัญหาตรงไหน ถึงได้รับโอกาสลงเล่น ค่อนข้างน้อยจนน่าตกใจ
ทาคุมิ มินาโมโนะ กับลิเวอร์พูล มีปัญหาตรงไหนกัน
นับว่าเป็นเวลาเกือบ 2 ปีแล้ว สำหรับแนวรุก เลือดซามูไรบลูส์ นับตั้งแต่เจ้าตัว ย้ายจาก เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก ในลีกออสเตรีย มาอยู่กับ หงส์แดง แห่งเกาะอังกฤษ ในช่วงปลายปี 2019 ซึ่งอยู่ในช่วงกลางฤดูกาล นั่นเอง
ด้วยฟอร์มอันร้อนแรง มีส่วนสำคัญในการช่วย ซัลซ์บวร์ก คว้าแชมป์ลีกออสเตรีย 5 สมัยติด รวมถึงสมัยที่ 6 ที่เจ้าตัวได้ช่วยทีม อยู่ครึ่งฤดูกาล เท่ากับว่า ทุกฤดูกาลที่ มินามิโนะ เล่นอยู่ในลีกออสเตรีย เจ้าตัวสามารถคว้าแชมป์ลีกได้ทุกฤดูกาล
สาเหตุสำคัญ ที่แชมป์ยุโรปในเวลานั้น ดึงตัว สตาร์ญี่ปุ่น มาร่วมทีมด้วย ก็คือเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ที่ ลิเวอร์พูล ต้องเจอกับ เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก ทั้งสองนัด ซึ่งตลอดเกมที่เจอกัน มินามิโนะ ป่วนเกมรับ ลิเวอร์พูล ที่ขึ้นชื่อว่าดีที่สุดในโลก ณ เวลานั้น ได้ตลอดทั้งสองเกม
จนผู้เล่นซีเนียร์หลายคน เดินไปขอให้ เจอร์เก้น คล็อปป์ ดึงเจ้าตัวมาอยู่กับทีม และดีลดังกล่าวก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เพียงในช่วงตลาดหน้าหนาว ด้วยค่าตัวราวๆ 7.25 ล้านปอนด์ เท่านั้น
แต่หลังจากย้ายมาอยู่ที่อังกฤษ ก็เป็นไปอย่างที่หลายคนคาด ว่าเจ้าตัวน่าจะต้องใช้เวลาพักใหญ่ๆ เพื่อซึมซับกับแท็คติก ของกุนซือนอร์มอล วัน เหมือนกับที่หลายๆ คนเอง ก็ต้องใช้เวลาในการปรับ อยู่พักใหญ่ๆ
แต่โอกาสของเจ้าตัว ก็ถือว่าน้อยจนใจหาย จนครึ่งฤดูกาลก่อน ต้องย้ายไปอยู่กับ เซาแธมป์ตัน ด้วยสัญญายืมตัว แต่สุดท้ายก็ได้โอกาสกับ นักบุญ ค่อนข้างน้อย แม้ว่าจะมีส่วนกับหลายๆ ประตู ตั้งแต่เกมแรกๆ ที่ย้ายไปก็ตาม
จนในช่วงปรีซีซั่น ฤดูกาลปัจจุบัน เจ้าตัวยอมหั่นเวลา จากทีมชาติญี่ปุ่น เพื่อเตรียมตัวสำหรับโอกาส ในทีมชุดหลักของ ลิเวอร์พูล โดยในช่วงปรีซีซั่น ของหงส์แดงในฤดูกาลนี้ มินามิโนะ เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ทำผลงานได้ดีที่สุด ทั้งการซ้อม และเกมการแข่งขัน จนหลายคนคาดว่า เจ้าตัวจะได้รับโอกาสมากขึ้น
แต่ผิดคาด ปีนี้เจ้าตัวก็ยังได้รับโอกาสค่อนข้างน้อย โดยเกมทั้งหมดที่ได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง เกิดขึ้นในรายการ คาราบาว คัพ ซึ่งเป็นรายการที่ ทีมใหญ่ๆ ต่างส่งตัวสำรอง หรือดาวรุ่งลงสนาม เพื่อถือโอกาสพักตัวหลักไปในตัว
โดยโอกาสในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เพิ่งจะได้ลงเป็นตัวสำรอง เพียงสองนัดเท่านั้น รวมเวลาที่ลงไปเล่นแล้ว ประมาณ 13 เท่านั้นครับ เลยไม่แปลก ที่จะไม่สามรถทำอะไรได้เป็นชิ้นเป็นอัน
ผิดกับเกมที่ได้ลงตัวจริง ทั้งสองนัดในฟุตบอลถ้วย คาราบาว คัพ เจ้าตัวทำประตูได้ทั้งสองนัด รวมแล้ว 3 ประตู ซึ่งถือว่าเป็นอะไรที่ไม่น่าเกลียดเลย
ด้วยอุปนิสัยของเจ้าตัว เชื่อว่าไม่ได้มีปัญหากับ กุนซือและเพื่อนร่วมทีมแน่นอน แถมยี่ห้อความเป็นญี่ปุ่น ยิ่งขึ้นชื่อเรียกวินัย ทั้งในและนอกสนาม ไม่น่าจะมีปัญหาใดๆ แน่นอน
แต่ปัญหาจริงๆ อาจจะมาจากสไตล์การเล่นของเจ้าตัว ซะมากกว่า ลองเปรียบเทียบง่ายๆ สมัยอยู่กับ ซัลซ์บวร์ก พวกเค้าเป็นบอลบุกเช่นเดียวกับ ลิเวอร์พูล แต่ต่างกันที่คู่แข่งไม่ได้ตั้งรับทั้งทีม แบบที่ หงส์แดง เจออยู่ประจำ ในปัจจุบัน
เช่นเดียวกับการเจอกับ ลิเวอร์พูล ที่เป็นทีมที่เปิดเกมรุกจ๋าๆ ทำให้พื้นที่ในแดนหลัง ถูกปล่อยให้มีพื้นที่ว่าง อันเป็นเรื่องธรรมดา และจุดเด่นของ มินามิโนะ อยู่ที่การเล่นเกมสวนกลับ บวกกับการเลี้ยงกินตัว ซึ่งต้องการพื้นที่ในการเล่น
ทำให้ ณ ปัจจุบัน การที่ ทาคิ ต้องลงไปเป็นสำรอง ในยามที่ทีมต้องการประตู และคู่แข่งลงไปรับกันแน่น ย่อมทำให้ มินามิโนะ ไม่สามารถทำอะไรได้ถนัด ดูจากสองเกมที่ใน คาราบาว คัพ และสองเกมใน พรีเมียร์ลีก เจ้าตัวเล่นได้ต่างกันมาก
ซึ่งเป็นธรรมดา ที่ทุกทีมในลีกสูงสุด ของแดนผู้ดี ต่างก็เน้นกันทุกเกม เพราะทุกแต้มมีผลต่ออันดับ และสถานการณ์ของทีม โดยเฉพาะในช่วงท้ายฤดูกาล
ยิ่งคู่แข่งทุกทีม แทบจะไม่มีใครกล้าเปิดเกมรุกใส่ ลิเวอร์พูล เหมือนในอดีตอีกแล้ว ทำให้ปัจจุบัน สไตล์ของ มินามิโนะ น่าจะลำบาก หากหวังจะโชว์ฟอร์มเก่งกับทีมอย่าง ลิเวอร์พูล
ขนาดผู้เล่นระดับอ๋อง อย่าง โรแบร์โต้ ฟิร์มิโน่ ที่เป็นคีย์แมนสำคัญที่สุด ของแผนลิเวอร์พูล ในปัจจุบัน ยังมีฟอร์มการเล่นที่ขึ้นๆ ลงๆ เนื่องจากคู่แข่ง ลงไปอุดอยู่ในแดนตัวเองทั้ง 11 คน
ไม่เหมือนกับ 2-3 ปีก่อน ที่หลายทีมตั้งใจมาเปิดเกมรุก ใส่พวกเค้า แม้จะเป็นในถิ่น แอนฟิลด์ และโดนเกมเร็วของ ลิเวอร์พูล เล่นงานกันมากนักต่อนัก ทั้งในและนอกประเทศ
ดังนั้นปัญหาที่แท้จริงของ มินามิโนะ กับ ลิเวอร์พูล น่าจะเป็นเรื่องเจอกันช้าไปมากกว่า เพราะหากเจ้าตัวย้ายมาเล่นในถิ่น แอนฟิลด์ เร็วกว่านี้ซัก 2-3 ปี เราอาจจะเห็น นักเตะทีมชาติญี่ปุ่น ผู้นี้ กลายเป็นตัวหลักที่ทีมขาดไม่ได้ เหมือนในกรณีของ ซน เฮือง มิน กับ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ไปแล้วก็ได้
แฟนบอลโปรไลเซนส์
