บอลยูโร วันที่สิบห้า

บทวิเคราะห์ฟุตบอล เก่งหลังเกม วันนี้ต่อจากเมื่อวาน มีเกม ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือ ยูโร 2020 ลงแข่งกันเช่นเคย โดยเมื่อคืนนั้นมี บอลยูโร วันที่สิบห้า ลงเล่นกันไปสองคู่ เป็นเกมในรอบ 16 ทีมสุดท้ายลองแข่งกันอีกสองคู่ เป็นเกมระหว่าง ฮอลแลนด์ แชมป์กลุ่มซี พบกับ สาธารณรัฐเช็ก อันดับสามของกลุ่มดี และ เบลเยี่ยม แชมป์กลุ่มบี พบกับ โปรตุเกส อันดับสามของกลุ่มเอฟ

ทีมงาน kickoff88 จะมาช่วยเพื่อนๆ คุยเรื่องฟุตบอลสองคู่เมื่อคืน พร้อมทั้งบทวิเคราะห์และมุมมองหลังเกมจากพวกเรา ที่จะอยู่กับเพื่อนๆ ไปจนจบรายการ

วิเคราะห์ฟุตบอล บอลยูโร วันที่สิบห้า รอบ 16 ทีมสุดท้าย

ฟุตบอลยูโร รอบ 16 ทีมสุดท้าย คู่ที่สาม ฮอลแลนด์ พบ สาธารณรัฐเช็ก

ฝั่ง อัศวินสีส้ม แม้จะคว้า 9 แต้มเต็มในรอบแบ่งกลุ่ม แต่เอาจริงๆ รูปเกมหรือฟอร์มการเล่นไม่ได้เหนือกว่าคู่แข่งขนาดนั้น สามารถเอาตัวรอดจากคุณภาพในการจบสกอร์มากกว่า หากเจอทีมเขี้ยวๆ อาจจะไปไม่เป็นเลยด้วยซ้ำ ส่วน สาธารณรัฐเช็ก มีปัญหาในเกมรุก พวกเค้าอาศัยข้อผิดพลาดของคู่แข่งล้วนๆ กว่าจะได้ประตู

ในช่วงครึ่งแรกทั้งสองทีมยังสู้กันได้สนุกสูสี มีโอกาสทำประตูด้วยกันทั้งคู่แต่ตีนบอดกันหมด โดยทาง ฮอลแลนด์ ยังได้ เดนเซล ดุมฟรีส์ แบ็คขวาที่ฟอร์มค่อนข้างโดดเด่น เติมขึ้นมาช่วยเกมรุกจากทางกราบขวาหลายหน จนน่าสงสัยว่าเจ้าตัวเป็นกองหลังหรือกองหน้า

ส่วน เช็ก ก็ได้หือได้อือเป็นจังหวะ แต่ปัญหาหลักของพวกเค้าคือการจบสกอร์ รอบแบ่งกลุ่มนั้นได้ พาทริค ชิค ยิงคนเดียว ที่เหลือไม่มีใครยิงได้เลย ซึ่งก็อย่างที่เรียนให้ทราบว่า ทุกประตูที่ได้นั้นเกิดมาจากความผิดพลาดของแนวรับคู่แข่งล้วนๆ

ช่วงเริ่มครึ่งหลังมาไม่นาน ดอนเยลล์ มาเลน กองหน้าดาวรุ่งที่ได้ออกสตาร์ทตัวจริง สามารถกระชากหลุดเดี่ยวหนีกองหลัง สาธารณรัฐเช็ก ทั้งแผงไปดวลเดี่ยวกับผู้รักษาประตู แต่จังหวะจะแตะหลบดันหลบไม่พ้น ทำให้อดขึ้นนำไปอย่างน่าเสียดาย นับว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ

เพราะอีกไม่กี่นาทีถัดมา มัทไธส์ เดอ ลิกท์ ดันไปลื่นจังหวะที่ตัวเองอยู่เป็นคนสุดท้าย แล้วดันเอามือไปคว้าบอล เลยโดย VAR จับเป็นใบแดงถูกไล่ออกไปแบบน่าเขกกะโหลก หากหลายคนจะพูดว่าจังหวะ มาเลน ทำให้ส่งผลต่อจังหวะนี้ก็ไม่แปลก เพราะทาง ฮอลแลนด์ ขึ้นนำไปก่อน ลูกนี้อาจจะปล่อยให้หลุดไปดวลกับผู้รักษาประตูแล้วค่อยว่ากันใหม่ก็ไม่เสียหายครับ

สุดท้าย เช็ก มาได้ประตูขึ้นนำได้สำเร็จจากลูกตั้งเตะ ต้องยอมรับว่าเวลานี้ทัพ อัศวินสีส้ม ไม่มีเซ็นเตอร์แบ็คตัวจริงอยู่ในสนามเลย ทั้ง ฟาน ไดจ์ค ที่ถอนตัวออกไป กับ เดอ ลิกท์ ที่เพิ่งโดนไล่ออก ทำให้เกมรับนั้นดูจะมั่วๆ เหมือนเกมนัดเปิดสนามที่เสียให้ ยูเครน ถึงสองประตู

หลังจากนั้นก็เป็นทาง เช็ก ที่ครองเกมได้ทั้งหมด ค่อยๆ หาโอกาสทำประตูเพิ่มแบบที่ ฮอลแลนด์ ไร้การต้านทาน จนทาง เช็ก มาได้ประตูปิดกล่องในช่วงนาทีที่ 80 ทำให้เส้นทางของแชมป์กลุ่มซี ต้องหยุดอยู่เพียงเท่านี้ ส่วนทาง เช็ก ได้ผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศ ไปเจอกับ เดนมาร์ก

ฟุตบอลยูโร รอบ 16 ทีมสุดท้าย คู่ที่สี่ เบลเยี่ยม พบ โปรตุเกส

บิ๊กแมตช์ของรอบนี้ ดูเหมือนทั้งสองทีมนั้นเจอกันเร็วไปหน่อย โดยฝั่ง เบลเยี่ยม มาชุดใหญ่ที่น่าจะเรียกว่าทีมที่ดีที่สุดของพวกเค้าครั้งแรกในรายการ ส่วน โปรตุเกส เปลี่ยนสอง-สามตำแหน่ง โดยจับเอาบ่อน้ำมันอย่าง เซเมโด้ ไปนั่งสำรอง ซึ่งถือว่าเป็นการตัดสินใจที่เข้าท่าสุดๆ บวกกับ บรูโน่ ที่ไม่มีบทให้รอบแบ่งกลุ่มก็ลงสำรองเช่นกัน

เริ่มเกมมาทั้งสองทีมยังคงเล่นแบบระมัดระวัง และเป็นทาง โปรตุเกส ที่มีโอกาสได้ลุ้นชัดเจนกว่า หลายครั้งก็ถือว่าน่าขึ้นนำจริงๆ แต่ในช่วงท้ายครึ่งแรก ธอร์ก็อง อาซาร์ มายิงไกลสุดสวยให้ เบลเยี่ยม ขึ้นนำไปก่อน จากจังหวะหักเข้าในจากทางฝั่งเซาย แล้วปั่นด้วยขวาเข้าเสาไกล

ก่อนหมดเวลาครึ่งแรก โปรตุเกส ก็ยังหาโอกาสทำประตูตีเสมอได้อยู่ แต่จบไม่ลงทำให้ครึ่งแรกสกอร์อยู่ที่ 1-0 พอเริ่มครึ่งหลังมาไม่นาน เควิน เดอ บรอยน์ มิดฟิลด์ตัวเก่งของ เบลเยี่ยม ทนพิษบาดแผลไม่ไหว ต้องเปลี่ยนตัวออก หลังฝืนเจ็บมาตั้งแต่ช่วงครึ่งแรก

โดยในครึ่งหลังนี้ เป็นทาง โปรตุเกส ที่ทำได้เหนือกว่า มีโอกาสทำประตูมากมาย แต่ดูเหมือนจะไม่คมพอ ซึ่งตรงนี้ก็ต้องชม ติโบต์ กูร์กตัวส์ ที่ยืนตำแหน่งค่อนข้างดี หลายจังหวะเลยดูเหมือนจะตรงตัวเค้าไปหมด แม้จะมีการเปลี่ยน บรูโน่ กับ เฟลิกซ์ รวมถึง อันเดร ซิลวา ลงมาก็ยังทำอะไรไม่ได้

จริงๆ ในเกมนี้ โปรตุเกส มีโอกาสค่อนข้างเยอะเลย เพราะหลังของ เบลเยี่ยม เองก็ต้องบอกว่าไม่ได้ดีเท่าไหร่ แต่ละคนเลยจุดพีคของตัวเองไปแล้ว อาศัยแต่ประสบการณ์ของสามตัวเก๋าอย่าง แฟร์มาเล่น, แฟร์ต็องเก้น และ อัลเดอร์ไวเรลด์ ซึ่งก็ต้องบอกว่าหากเป็นตัวประสบการณ์น้อยๆ เจอบดหนักๆ แบบนี้อาจจะมีเป๋ไปแล้ว

ยิ่งช่วงท้ายเกม โปรตุเกส บุกหนักมาก มีโอกาสใกล้เคียงกับการตีเสมอติดๆ กันหลายจังหวะ แต่ติดเซฟ กูร์กตัวส์ บ้าง ชนเสาบ้าง จนในที่สุดก็หมดเวลา น่าเสียดายครับสำหรับทางแชมป์เก่า ที่เส้นทางของพวกเค้าต้องจบลงเพียงเท่านี้ ส่วนทาง เบลเยี่ยม ที่เกมนี้เอาตัวรอดมาได้ในท้ายที่สุด จะต้องเข้าไปเจอกับงานหนักอย่าง อิตาลี

นับว่าผิดคาดพอสมควร ที่เราได้เห็นมาเห็น เบลเยี่ยม โดนกดอยู่เกือบทั้งเกม แต่ทาง โปรตุเกส ที่ปกติใช้โอกาสไม่เปลืองมาก เกมนี้มีโอกาสยิงเกือบ 30 ครั้งดันไม่ได้ซักประตู ทำให้ต้องกลับบ้านไปแบบน่าเจ็บใจ ส่วน เบลเยี่ยม ที่ต้องยอมรับว่าเกมนี้มีดวงนิดๆ เกมหน้าอาจจะหนักหน่อย เพราะต้องเช็คอาการของทั้ง อาซาร์ ผู้พี่ และ เดอ บรอยน์

แฟนบอลโปรไลเซนส์

By KICKOFF

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *