บทวิเคราะห์ฟุตบอล เก่งหลังเกม ก็ยังอยู่กับ ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือ ยูโร 2020 เช่นเดิมครับ สำหรับ บอลยูโร วันที่เก้า ที่แข่งขันกันไปเมื่อคืนถือว่าแข่งครบ 2 นัดกันทุกทีม แม้จะยังไม่มีทีมใดผ่านเข้ารอบเพิ่มเติม แต่ก็ถือว่าทำให้นัดสุดท้ายสนุกมากยิ่งขึ้น โดยเกมเมื่อคืนก็ยังมี 3 คู่จาก 2 กลุ่มเช่นเดิม โดยแบ่งเป็นเกมกลุ่มอี 2 คู่ คู่ระหว่าง สเปน พบ โปแลนด์ และเกมในกลุ่มเอฟ อีก 2 คู่ คู่ระหว่าง ฮังการี พบ ฝรั่งเศส กับ โปรตุเกส พบ เยอรมัน
ทางทีมงาน Kickoff88 ก็จะพาเพื่อนๆ ไปพบกับบทวิเคราะห์หลังเกม ในสไตล์ของพวกเรา หากเพื่อนๆ คนไหนอยากพูดคุยเรื่องฟุตบอลกับพวกเรา ก็สามารถคอมเม้นท์มาได้เลยนะครับ
วิเคราะห์ฟุตบอล บอลยูโร วันที่เก้า กลุ่มอี และ กลุ่มเอฟ
1. ฮังการี พบ ฝรั่งเศส
เริ่มการเกมกลุ่มเอฟ คู่แรกกันก่อน ซึ่งก่อนเกมทาง ฝรั่งเศส เป็นต่อค่อนข้างเยอะจน อัตราการต่อรอง หรือ ราคาบอล ออกมาที่ 1.5 เลยทีเดียว เนื่องจากเกมแรกทาง ตราไก่ นั้นเอาชนะ เยอรมัน ที่ได้เล่นในบ้านมา 1-0 ส่วน ฮังการี พ่ายต่อ โปรตุเกส แบบยับเยิน 0-3
ซึ่งพอแข่งจริงก็ตามนั้นครับ พวกเค้าค่อนข้างเหนือกว่ามาก แต่มีโอกาสทำประตูขึ้นนำหลายครั้งหลายครา แต่จบไม่ลงเอง จนกระทั่งในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ กลายเป็นฝั่ง ฮังการี ขึ้นนำไปซะเฉยๆ ก่อนที่จะจบครึ่งแรกไปด้วยการที่เต็งหนึ่งของรายการตกเป็นรองทีมสมันน้อยของกลุ่ม ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจนัก เพราะ ฝรั่งเศส ชุดนี้มีจุดอ่อนอยู่ที่เกมรับจริงๆ
เริ่มครึ่งหลังมาก็ยังเป็นเกมของทางตราไก่เช่นเดิม เพิ่มเติมคือแนวรุกยิงได้ป้อแป้มาก อีกนัยนึงก็ต้องชมทาง ปีเตอร์ส กูลัคชี่ ด้วยที่โชว์ฟอร์มเซฟลูกจังหวะชี้เป็นชี้ตายได้เกือบหมด อย่างไรก็ตามในท้ายที่สุดฝรั่งเศส ก็มาทำประตูตีเสมอได้ จากการที่ วิลลี่ ออร์บัน สกัดลูกปาดเข้ากลางของ เอ็มบัปเป้ ไม่ขาด บอลไปเข้าทาง อองตวน กรีซมันน์ ยิงแบบไม่ต้องจับเข้าประตูไป
ช่วงเวลาที่เหลือเป็นทาง ฝรั่งเศส ที่โหมบุกเพื่อเอาประตูชัย แต่จนแล้วจนรอด ฮังการี ที่มาพร้อมเสียงเชียร์อันกึกก้อง ก็คว้า 1 คะแนนอันล้ำค่าไปฝากแฟนๆ ที่เข้ามาเชียร์กันเต็มความจุ ทำให้พวกเค้าเองยังไม่ตกรอบ รวมถึงฝรั่งเศสก็ยังไม่ได้การันตีการเข้ารอบ แต่จะติด 1 ใน 3 แน่นอน
ต้องบอกว่า ฝรั่งเศส ยังมีจุดอ่อนอยู่ในเกมรับ หากเกมไหนโดนบททดสอบเยอะ พวกเค้ามักจะเป๋ครับ หลายครั้งที่เอาตัวรอดมาได้ ก็เพราะกองกลางนั้นช่วยเอาไว้ได้อย่างดี แต่หากเกมไหนแผงกองหลังของพวกเค้าโดนพิสูจน์หนักๆ ก็เห็นได้ชัดว่ามีทรุดเหมือนกัน ด้านเกมรุก แม้จะสตาร์เต็มทีม แต่หากยิงทิ้งยิงขว้างแบบนี้ พวกเค้าอาจจะน้ำตาตกในได้ หากเจอกับทีมในระดับเดียวกัน
ส่วน ฮังการี ผลเสมอถือว่ายุติธรรมสำหรับพวกเขาแล้ว ทั้งเกมแรกที่เล่นได้ดีมาก แต่มาเสียประตูจากลูกแฉลบทำให้เสียกระบวนไปหมด จนนำมาซึ่งการเสียประตูที่ 2 และ 3 หากสิ่งที่พวกเค้าทำมาในสองนัดแรกนั้นจบลงด้วยความพ่ายแพ้ทั้งสองนัด น่าจะเป็นอะไรที่โหดร้ายสำหรับพวกเขามากๆ
2. โปรตุเกส พบ เยอรมัน
ส่วนคู่ที่สอง ก็ยังเป็นเกมในกลุ่มเอฟ ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นคู่ไฮไลท์ของวัน ทาง โปรตุเกส ที่ชนะ ฮังการี มาในนัดแรก หากเก็บสามแต้มได้อีกจะการันตีการเข้ารอบทันที ส่วนทาง เยอรมัน หากเกมนี้แพ้ พวกเค้าแทบจะพับเสื่อกลับบ้านเลยเหมือนกัน
เริ่มเกมมาก็เป็นทาง อินทรีเหล็ก ที่ครองเกมได้มากกว่า เนื่องจากกองกลางชั้นอ๋องของพวกเค้าเหนือกว่าคู่แข่งแบบขาดลอย ซึ่งก็เข้าทาง โปรตุเกส ที่เก่งในการเล่นบอลเร็วในจังหวะสวนกลับ และนำมาซึ่งประตูแรกอย่างรวดเร็ว จากจังหวะที่พวกเค้าลงไปตั้งรับกับลูกเตะมุม
เป็นทาง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ลงไปโหม่งสกัดในเขตโทษ ก่อนที่บอลจะมาเข้าทาง แบร์นาโด้ ซิลวา ลูกนี้ได้เห็นถึงคลาสของเจ้าตัว ซึ่งในขณะที่เห็น โรนัลโด้ อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า เจ้าตัวเลยเลือกโยนข้ามไปให้กับ ดิโอโก้ โชต้า แปะกลับมาให้ พี่โด้ ยิงจ่อๆ เข้าไป เป็นประตูที่ 3 ของเจ้าตัวในรายการนี้
แต่ เยอรมัน ฟื้นได้อย่างรวดเร็ว จากจังหวะเติมขึ้นไปของแบ็คซ้ายอย่าง โรบิน โกเซนส์ วอลเล่ย์ลูกครอสของ โยชัว คิมมิช เข้ากลาง สุดท้ายบอลมาโดน รูเบน ดิอาส เข้าประตูไป และหลังจากนั้นไม่นานพวกเค้าก็แซงได้อย่างไว โดยเป็นทาง ราฟาเอล เกร์เรโร่ เตะสกัดผิดเหลี่ยม เข้าประตูตัวเองไปอีกลูกนึง และทางอินทรีเหล็ก ยังมีโอกาสจบเจ๋งอีก 2-3 หน แต่ถูกเซฟไว้ได้ จบครึ่งแรก เยอรมัน พลิกนรกกลับมานำ 2-1
เริ่มครึ่งหลังมาก็หนังม้วนเดิม ทาง เยอรมัน ยังขึงเกมบุกใส่แบบไม่ยั้ง และเป็นทาง โรบิน โกเซนต์ ที่เล่นได้อย่างโดดเด่น เปิดเรียดจากริมเส้นฝั่งซ้าย ให้ ไค ฮาเวิร์ตซ์ ชาจจ่อๆ ขึ้นนำ 3-1 อย่างรวดเร็ว ก่อนที่ โกเซนต์ คนดีคนเดิม จะมาโหม่งลูกเปิดของ คิมมิช เข้าประตูไป อินทรีเหล็ก หนีห่างเป็น 4-1 หลังผ่านไปเพียง 1 ชม.
หลังจากนั้นไม่นาน โปรตุเกส ตีตื้นขึ้นมาได้ จากคู่หู โรนัลโด้-โชต้า คู่เดิม แต่สลับฝั่งกันทำประตูและแอสซิสต์ ทำให้ฝอยทองไล่มาแบบห่างๆ 4-2 หลังจากนั้นทาง โปรตุเกส ก็พยายามเปิดเกมรุกเพื่อเอาประตูคืนอยู่นาน แต่ก็ทำได้เพียงแค่เสียวๆ ทำให้จบเกมทาง เยอรมัน พลิกกลับมาชนะได้ 4-2
ต้องบอกว่าเกมนี้ โรบิน โกเซนต์ ร่างทองเลยทีเดียว ซึ่งก็เป็นเจ้าตัวนี่แหละที่ทำให้เกมรุกของ อตาลันต้า เป็นเบอร์ 1 ของอิตาลีในปีหลังๆ ซึ่ง เยอรมัน ไม่มีแบ็คลุยมันๆ สไตล์นี้มานานมากแล้ว ส่วนตำแหน่งหน้าเป้าของพวกเค้า อาจจะได้ ไค ฮาเวิร์ตซ์ จองสัมปทาน หลังดูเล่นได้ลงตัว ทั้งๆ ที่เจ้าตัวนั้นเป็นมิดฟิลด์ และขยับมาเล่นหน้าต่ำในช่วงหลังๆ กับ เลเวอร์คูเซ่น ก่อนย้ายไปอยู่ เชลซี ก็ยังหาตำแหน่งที่ดีที่สุดไม่เจอ
ด้าน โปรตุเกส กองกลางยังเป็นเรื่องน่าห่วง บรูโน่ แฟร์นานเดส ห่างไกลจากแรงอวยของแฟนแมนยู จังหวะจ่ายบอลได้เสียยังทำได้ไม่ดีพอ ถ้าเทียบกับโอกาสที่มี ส่วนเกมรับหลังจากเสีย ชูเอา คันเซโล่ ไป ตำแหน่งแบ็คขวาของ เนลสัน เซเมโด้ กลายเป็นบ่อน้ำมันทันที นั่นเป็นสาเหตุว่าทำไมเจ้าตัวถึงโดนเฉดหัวออกจาก บาร์เซโลน่า
3. สเปน พบ โปแลนด์
คู่สุดท้าย เกมในกลุ่มอี ตอนตีสอง หลังจากที่ได้ดูบอลคู่มันกันไปแล้ว เกมนี้ก็เป็นอีกเกมที่หลายคนคาดหวังว่าจะได้ดูฟุตบอลสนุกๆ ซึ่งทาง สเปน ในนัดแรก พวกเค้าทำได้เพียงเสมอกับ สวีเดน ทั้งๆ ที่แทบจะเอาบอลไปเล่นอยู่ฝ่ายเดียว และมีโอกาสในการจบสกอร์หลายครั้งหลายหน ส่วน โปแลนด์ แพ้ช็อคต่อ สโลวาเกีย 1-2 ทำให้เกมนี้พวกเค้าต้องมีแต้มให้ได้
ก็ตามที่หลายคนรู้กันดี ในปฐพีนี้จะมีใครครองบอลเอาชนะ สเปน ได้ ซึ่งช่วงต้นเป็นอย่างนั้นเหมือนกับเกมแรกเป๊ะ แต่ต่างกันที่เกมนี้พวกเค้ามาได้ประตูขึ้นนำค่อนข้างเร็ว จาก อัลบาโร่ โมราต้า ที่หมูหกในเกมแรกหลายหน หลังจากนั้นพวกเค้าก็ยังพยายามบุกทำประตูเพิ่ม แต่ยังสากเช่นเดิม
โดยในช่วงท้ายครึ่งแรก โปแลนด์ เกือบได้ประตูตีเสมอจากการพยายามทำประตูคืน แต่หลายจังหวะก็ได้ อูไน ซิมม่อน ซูเปอร์เซฟ ช่วยทัพกระทิงดุเอาไว้ได้ อย่างไรก็ตามพวกเค้าก็มาได้ประตูคืน จากจังหวะแรกๆ ในครึ่งหลัง จากการครอสจากริมเส้น และเป็นทาง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ เอาชนะในการดวลกลางอาการต่อ อายเมริค ลาปอร์ต ทำให้ตอนนี้สกอร์กลับมาเสมอกันที่ 1-1
ซึ่งหลังจากนั้นไม่นาน ทาง สเปน มาได้จุดโทษจาก เคราร์ด โมเรโน่ ซึ่งเจ้าตัวลุกขึ้นมาทำหน้าที่สังหารเอง แต่ดันยิงไปชนเสา บอลมาเข้าทาง โมราต้า คนดีคนเดิม ยิงแป๊กหลุดกรอบไปเอง หลังจากนั้นทาง สเปน ก็ยังครองบอลบุกต่อเนื่อง และมีโอกาสทำประตูเพิ่มหลายครั้ง แต่ก็ยังไม่ผ่านมือ เซสนี่ ทำให้จบเกมทั้งสองทีมเสมอกันไป 1-1
ปัญหาหลักที่ยังแก้ไม่หายของทัพกระทิงดุ ก็คือความเฉียบคมในพื้นที่สุดท้าย ซึ่งค่อนข้างชัดเจนแล้วว่า โมราต้า ไม่ใช่คำตอบของปัญหานี้ เจ้าตัวไม่เคยพิสูจน์ตัวเองได้เลย ทั้งในสโมสรและทีมชาติ กับการเป็นกองหน้าตัวเป้า ซึ่งหากใครจะบอกว่า หน้าเป้า ไม่จำเป็นต้องยิงเยอะก็ได้ มันอาจใช้ไม่ได้กับ ทีมชาติสเปน เนื่องจากพวกเค้าเป็นทีมที่ครองบอล อาจจะเรียได้ว่าดีที่สุดในโลกแล้วก็ได้
หากตำแหน่งศูนย์หน้าตัวเป้า ไม่สามารถบันดาลสกอร์ให้กับทีมได้ ก็ไม่รู้แล้วว่าจะมีไว้ทำไม ผิดกับทาง โปแลนด์ ที่พวกเค้ารู้ดีว่าเป็นรองทุกกระบวน แต่จากจังหวะไม่กี่จังหวะ พวกเค้าก็สามารถเปลี่ยนมันให้เป็นประตูได้ ซึ่งสำคัญกับบอลรอง ที่ทีมที่เน้นตั้งรับรอโอกาสสวนกลับ เพราะโอกาสที่ว่ามักจะมีไม่บ่อยนักในเกมนึง ดังนั้นทุกโอกาสสำคัญกับพวกเค้าหมด
สรุปสถานการณ์ ฟุตบอลยูโร 2020 วันที่เก้า
เริ่มที่กลุ่มอี กลุ่มนี้บันเทิงแน่นอน เพราะทุกอันดับสามารถขยับมาได้หมด อาจจะยกเว้นแค่ สวีเดน ที่จะไม่จบในอันดับ 4 แน่นอน แม้เกมสุดท้ายพวกเค้าจะแพ้ต่ออันดับ 4 อย่าง โปแลนด์ และมีเฮดทูเฮด เป็นรอง เนื่องจากอันดับ 2-3 ต้องตัดกันเอง
ทาง โปแลนด์ หากชนะในนัดสุดท้าย เต็มที่จะจบในอันดับ 2 เท่านั้น เพราะเฮดทูเฮดจะชนะ สวีเดน แต่แพ้ต่อ สโลวาเกีย ครับ ด้าน สเปน กับ สโลวาเกีย ยังมีลุ้นเป็นแชมป์กลุ่มทั้งคู่ หากผลอีกคู่เป็นใจ หากใครชนะในเกมนี้จะมีลุ้นขึ้นอันดับ 1
ส่วนทีมแพ้โอกาสตกรอบค่อนข้างสูง แม้จะอยู่ในอันดับสามก็ตามที ดังนั้นทั้งสี่ทีมยังมีลุ้นเข้ารอบตกรอบพอๆ กัน ยกเว้น สวีเดน ทีมเดียวที่การันตี 1-3 ซึ่งจากการที่มี 4 แต้มก็น่าจะเพียงพอติด 4 ทีมที่ดีที่สุดที่จบในอันดับ 3 รับประกันว่านัดสุดท้าย มันทั้งสองคู่แน่นอน
ด้านกลุ่มเอฟ ก็เช่นกัน ทั้งสี่ทีมยังมีลุ้นเข้ารอบและตกรอบพอๆ กัน ยกเว้นฝรั่งเศส ที่การันตีการจบในอันดับ 1-3 ส่วนเยอรมันกับ โปรตุเกส ที่มี 3 คะแนนเท่ากัน ยังวางใจอะไรไม่ได้
ยิ่งทางฝั่ง โปรตุเกส ที่เฮดทูเฮด เป็นรองฝรั่งเศส หากแพ้เกมหน้าโอกาสตกรอบค่อนข้างสูง ส่วนเยอรมัน เกมสุดท้าย อาจดูเหมือนเจองานง่ายสุด แต่เอาเข้าจริงก็ไม่แน่แล้วหละครับ เพราะหากพวกเค้าแพ้ในเกมต่อไป และอีกคู่จบด้วยผลเสมอ จะเป็นตัวพวกเค้าเองที่จะจบบ๊วยของกลุ่ม กลับบ้านไปแบบเหงาๆ
ซึ่งหากพวกเค้าได้ซักแต้มนึง ก็อาจจะเพียงพอในการเข้ารอบแล้ว เพราะจะมี 4 คะแนน น่าจะดีพอติด 1-4 ทีมที่ดีที่สุดของอันดับสาม ทำให้นัดสุดท้ายของกลุ่มนี้ มันกว่ากลุ่มเมื่อกี้อีก เพราะทั้ง 4 ทีมกำลังอยู่ในฟอร์มที่พอๆ กันซะด้วย
แฟนบอลโปรไลเซนส์
