ฟุตบอลยูโร รอบ 16 ทีมสุดท้าย

ฟุตบอลยูโร รอบ 16 ทีมสุดท้าย ก็ได้ลงเล่นกันครบทั้ง 8 คู่แล้ว ทำให้พวกเรารู้ว่า 8 ทีมสุดท้ายที่จะชิงชัยกันเป็นใครกันบ้าง ซึ่งจากผลการแบ่งสายที่ออกมาแต่แรก ทำให้เราได้เห็นลางๆ แล้วว่า คู่ชิงของ ยูโร 2020 จะเป็นใคร ซึ่งบทวิเคราะห์ฟุตบอล เก่งหลังเกม ก็จะมาว่ากันถึงฟุตบอลทั้ง 8 คู่ที่ผ่านมากันครับ

โดยวันนี้พวกเรา kickoff88 จะพาเพื่อนๆ ทุกคน มาดูบทสรุปกับเกมในรอบที่ผ่านมา รวมถึงสถานการณ์ใบรอบต่อไป รวมไปถึงโอกาสที่ทีมใดจะมีโอกาสเข้าชิงในรายการนี้

วิเคราะห์ ฟุตบอลยูโร รอบ 16 ทีมสุดท้าย

1. เวลส์ พบ เดนมาร์ก

ในคู่นี้ต้องบอกว่า เดนมาร์ก เป็นต่ออยู่ หากดูจากฟอร์มในรอบแบ่งกลุ่ม เพราะทาง เวลส์ แม้จะผ่านรอบแบ่งกลุ่มด้วยการเป็นอันดับสอง แต่ถ้าใครได้ดูจริงๆ จะรู้ว่าเล่นบอลหน้าเดียว หากหาจังหวะฉาบฉวยไม่ได้ แทบจะทำอะไรไม่เป็นเลย ที่ผ่านเข้ารอบมาได้ ก็ต้องบอกว่าโชคช่วยในหลายๆ ด้าน

สุดท้ายเกมนี้ก็จบลงด้วยชัยชนะของ เดนมาร์ก แบบขาดลอยถึง 4-0 เรียกได้ว่าบอลคนละชั้น และฟอร์มของ โคนม ในปัจจุบัน ต้องบอกว่าลุ้นแชมป์ได้สบาย

2. อิตาลี พบ ออสเตรีย

เกมนี้ทาง อิตาลี ดูเป็นต่อพอสมควร เนื่องจากฟอร์มในรอบแบ่งกลุ่มไร้เทียมทานสุดๆ เรียกได้ว่ามีฟอร์มการเล่นที่ดีที่สุดในรายการ แต่ทาง ออสเตรีย ก็ไม่ใช่ขนมให้ใครเคี้ยวง่ายๆ เนื่องจากฟอร์มการเล่นของพวกเค้า สามารถวัดได้กับทุกทีม ขนาดแชมป์กลุ่มอย่าง ฮอลแลนด์ ยังดูเป็นรองในบางมุม ที่เหนือกว่าคงเป็นคุณภาพผู้เล่นเท่านั้น

ผลก็คือ อิตาลี เกือบตาย กว่าจะเอาชนะได้ ต้องรอถึงช่วงต่อเวลาพิเศษ 2-1 ซึ่งทั้งสามประตูเกิดขึ้นในช่วงต่อเวลาพิเศษทั้งหมด แถมช่วงท้ายเกม ออสเตรีย มีลุ้นตีเสมอหลายครั้ง แต่จบไม่คมเอง นั่นคงเป็นเส้นบางๆ ที่ขั้นระหว่างทีมระดับท็อปของยุโรป กับทีมอื่นๆ

3. ฮอลแลนด์ พบ สาธารณรัฐเช็ก

คู่นี้หลายคนคงบอว่า ฮอลแลนด์ จะผ่านเข้ารอบไปได้ เนื่องจากจมรอบแบ่งกลุ่มแบบชนะรวด ส่วน เช็ก ต้องบอกว่าฟอร์มในรอบแบ่งกลุ่มไม่เอาอ่าวเท่าไหร่ โดยเฉพาะเกมรุกที่ค่อนข้างไร้มิติ อาศัยความผิดพลาดของคู่แข่งถึงได้ประตู ซึ่งประตูที่พวกเค้าได้ทั้งหมด มาจาก พาทริค ชิค ล้วนๆ

แต่ผลออกมาคือ ฮอลแลนด์ นั้นแพ้ 0-2 ตกรอบแบบค่อนข้างช็อค เพราะ มัทไธส์ เดอ ลิกท์ ดันไปโดนไล่ออกในช่วงต้นครึ่งหลัง ทำให้เกมนั้นสลับมาเป็นของ สาธารณรัฐเช็ก ทั้งหมด

4. เบลเยี่ยม พบ โปรตุเกส

หนึ่งคู่ไฮไลท์ของรอบนี้ ซึ่งเป็นการดวลของสองทีมชั้นนำในยุโรป ที่ก่อนเกม หลายคนมองว่าจะยิงกันยับ เนื่องจากมีแนวรุกระดับพระกาฬทั้งสองทีม บวกกับกองหลังที่เป็นจุดอ่อนของทั้งคู่ ซึ่ง เบลเยี่ยม เหนือกว่านิดหน่อยด้วยฟอร์มในรอบแบ่งกลุ่ม แต่ โปรตุเกส ที่แม้จะมาในฐานะอันดับสามก็จริง อย่าลืมว่าพวกเค้านั้นอยู่ในกรุ๊ปออฟเดธ ที่มี ฝรั่งเศส เยอรมัน และ ฮังการี

ผลลัพธ์ในเกมกลายเป็นว่ามีสกอร์เพียงลูกเดียว เป็น เบลเยี่ยม ที่คมกว่ายิงนำไปก่อนในช่วงต้นเกม หลังจากนั้น โปรตุเกส มีโอกาสทำประตูค่อนข้างเยอะ แต่จบไม่ลง ทำให้ผลของคู่นี้จบลงที่ 1-0 แบบเหลือจะเชื่อ

5. โครเอเชีย พบ สเปน

เป็นคู่ที่ตอนแรกคิดว่าจะออกมาแบบจืดๆ เนื่องจากทั้งสองทีมมีปัญหาในการจบสกอร์เหมือนๆ กัน ทาง สเปน แม้เกมสุดท้ายในรอบแบ่งกลุ่มจะยิง 5-0 แต่เป็นบอลแบบตบเด็ก แถมผู้รักษาประตูของคู่แข่งพลาดแจกให้สองลูกแรก ส่วน โครเอเชีย สองเกมแรกในรอบแบ่งกลุ่มแทบจะไม่ได้ลุ้นทำประตูเลย มีเกมสุดท้ายที่ฮึดชนะ สกอตแลนด์ มาได้ 3-1

แต่ผลที่ออกมายิงกันกระจุย และมีผลรวมของประตูมากที่สุดในรายการ ด้วยสกอร์ 5-3 โดยเป็น สเปน ที่เด็ดขาดกว่าเอาชนะไปได้ หลังเสมอกันใน 90 นาที 3-3

6. ฝรั่งเศส พบ สวิตเซอร์แลนด์

คู่นี้ ฝรั่งเศส ดูเป็นตัวเต็งที่จะผ่านเข้ารอบไป เพราะพวกเค้ามาในฐานะแชมป์โลกและเต็งหนึ่งของรายการ ซึ่งเอาเข้าจริงๆ ในรายการนี้พวกเค้าค่อนข้างไร้ทีมเวิร์ค ต่างคนต่างเล่น เหมือนพวกอีโก้สูง ส่วน สวิตเซอร์แลนด์ แม้จะเข้ารอบมาในอันดับสาม แต่รูปเกมของพวกเค้าสู้ได้ทุกทีม แถมมีทีเด็ดตรงทีมเวิร์คที่คอยซัพพอร์ตซึ่งกันและกัน

เกมนี้ต้องถึงการดวลจุดโทษชี้ขาด หลังเสมอกันใน 120 นาที 3-3 และเป็นเกมแรกของรายการที่ใช้การดวลจุดโทษตัดสิน ซึ่งผลก็คือ สวิตเซอร์แลนด์ ยิงแม่นกว่า เอาชนะไป 5-4 โดยคนเดียวที่ยิงไม่เข้าคือ คิเลียน เอ็มบัปเป้ ที่รายการนี้ยิงไม่ได้ซักลูกเลย

7. อังกฤษ พบ เยอรมัน

อีกหนึ่งคู่ไฮไลท์ที่สุดของรอบนี้ ทั้งชื่อชั้นและศักดิ์ศรี รวมถึงความแค้นในอดีต ทำให้เกมนี้น่าสนใจอย่างยิ่ง โดย อังกฤษ ที่ผ่านเข้ามาในฐานะแชมป์กลุ่มดี ผลงานในรอบแบ่งกลุ่มนั้นชนะ 2 เสมอ 1 แบบไม่เสียซักประตูเดียว ต้องมาเจอกับ เยอรมัน ที่เกือบตายในรอบแบ่งกลุ่ม และที่สำคัญพวกเค้าเสียประตูทุกนัด

ผลก็คือจบลงด้วยชัยชนะของ อังกฤษ ที่เล่นเน้นชัวร์ทั้งเกม แล้วค่อยเปลี่ยนตัวมาลุยใน 20 นาทีสุดท้าย ทำให้พวกเค้ามายิงได้ 2 ประตูในช่วงท้ายเกม ส่วน เยอรมัน ที่ขึงทั้งเกมนั้นปล่าวประโยชน์ เพราะเกมรุกทำอะไรทาง สิงโตคำราม ไม่ได้เลยตลอดทั้งเกมเลยเช่นกัน

8. สวีเดน พบ ยูเครน

ในรอบแบ่งกลุ่มทั้งคู่ฟอร์มตรงข้ามกันเลย ฝั่ง สวีเดน ผ่านเข้ารอบมาในฐานะแชมป์กลุ่ม แซงหน้าพี่เบิ้มอย่าง สเปน ด้วยฟอร์มการเล่นที่ค่อนข้างเยี่ยม ส่วน ยูเครน ผ่านเข้ารอบมาในฐานะอันดับสาม แถมเป็นอันดับสามที่ดีที่สุดลำดับสุดท้ายที่ได้เข้ารอบ เรียกได้ว่าก่อนเกมทาง สวีเดน นั้นเหนือกว่าพอสมควร

แต่พอแข่งจริงกลับเป็นหนังคนละม้วน สวีเดน ปรับมาเล่นเกมรุกมากขึ้น ทำให้จุดเด่นในเกมโต้กลับหายไป และดันมาเหลือ 10 คนในช่วงต่อเวลาพิเศษ เลยโดน ยูเครน พังประตูชัยในนาทีสุดท้ายก่อนที่จะไปดวลจุดโทษกัน ซึ่งคนที่หายไปคือคนที่รับมือกับลูกโด่งของคู่แข่งอยู่ตลอด ซึ่งก็มาโดนลูกโหม่งในช่วงท้ายแบบเจ็บใจ บทสรุปเกมนี้ทาง ยูเครน สามารถเอาชนะไปได้ 2-1

ยูโร 2020 รอบ 8 ทีมสุดท้าย

สายบน

1. สวิตเซอร์แลนด์ พบ สเปน

2. เบลเยี่ยม พบ อิตาลี

สายล่าง

3. สาธารณรัฐเช็ก พบ เดนมาร์ก

4. ยูเครน พบ อังกฤษ

เชื่อว่าเพื่อนๆ น่าจะคิดเหมือนกัน คือทาง อังกฤษ น่าจะมองถึงรอบชิงได้เลย ซึ่งหากพวกเค้าผ่านรอบนี้ไปได้ ในรอบรองและรอบชิง พวกเค้าจะได้เล่นในบ้านตัวเอง ซึ่งถือว่าค่อนข้างได้เปรียบครับ ส่วนสายบนมีโอกาสพอๆ กันทุกทีม รวมถึง สวิตเซอร์แลนด์ ที่ชื่อชั้นเป็นรองทีมอื่นนิดหน่อย

แฟนบอลโปรไลเซนส์

By KICKOFF

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *