ฟุตบอลยูโร 2020 รอบแบ่งกลุ่ม 2

ต่อจากเมื่อวาน วันนี้ เก่งหลังเกม จะมาวิเคราะห์สถานการณ์ ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือ ฟุตบอลยูโร 2020 รอบแบ่งกลุ่ม ต่อเนื่องจากเมื่อวานอีก 3 กลุ่มที่เหลือ ว่าทีมใดได้ไป ทีมใดต้องกลับบ้าน พร้อมกับฟอร์มของแต่ละทีมในรอบแบ่งกลุ่ม รวมไปถึงสถานการณ์คร่าวๆ ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย

พวกเราทีมงาน Kickoff88 ก็จะขอพาเพื่อนๆ ไปวิเคราะห์กันต่อจากเมื่อวานในพาร์ทแรก ซึ่งวันนี้จะพูดกันถึงกลุ่ม D E และ F ที่มีทีมใหญ่ๆ มากมาย

วิเคราะห์ ฟุตบอลยูโร 2020 รอบแบ่งกลุ่ม

กลุ่ม D

ตำแหน่งแชมป์กลุ่มถือว่าไม่พลิกโผ เป็นทาง อังกฤษ ที่เป็นอีกหนึ่งตัวเต็งในรายการนี้ แต่ที่ผิดความคาดหมายของหลายๆ คน คือรูปแบบการเล่นที่ค่อนข้างน่าเบื่อ กลายเป็นบอลเน้นผลขอให้ไม่แพ้ไว้ก่อน ทำให้สามนัดในรอบแบ่งกลุ่ม พวกเค้าไม่เสียประตูเลยแม้แต่ลูกเดียว แต่ก็แรกมาด้วยเกมรุกที่ค่อนข้างห่วยแตก ยิงได้แค่ 2 ประตูเท่านั้น ซึ่งก็เพียงพอทำให้คว้าชัยมาได้ทั้งสองนัดที่ยิงได้นั่นเอง

รองแชมป์กลุ่มเป็นของ โครเอเชีย ที่เห็นได้ชัดว่าดรอปลงไปกว่าตอนได้รองแชมป์บอลโลก นักเตะหลายคนของพวกเค้าเข้าสู่ช่วงสูงวัย เลยมีปัญหายามเจอกับทีมที่ชวนวิ่งแข่ง เกมรับก็ไม่ดีเกมรุกก็ไม่เข้าท่า ยังต้องใช้ โมดริช แบกทีมต่อไป ซึ่งดูแล้วโอกาสของพวกเค้าไม่น่าไปได้ไกล จากผลงานในรอบแบ่งกลุ่มที่เกือบตกรอบ ดีที่มาชนะ สกอตแลนด์ ได้ในนัดสุดท้าย

ส่วนอันดับสามอย่าง สาธารณรัฐเช็ก ก็ได้ไปต่อเช่นกัน เพราะพวกเค้าเก็บได้ถึง 4 แต้ม ด้วยเฮดทูเฮดและผลต่างประตูได้เสียเท่ากับทาง โครเอเชีย แต่พวกเค้าทำได้เพียง 3 ประตู น้อยกว่าทาง โครแอต ลูกนึง ซึ่งทั้ง 3 ประตูที่ได้มาก็ต้องบอกว่าอาศัยความผิดพลาดของคู่แข่งล้วนๆ และเป็น พาทริค ชิค ที่ยิงประตูได้คนเดียวในรายการ เฉกเช่นเดียวกับอังกฤษ ที่เป็นทาง ราฮีม สเตอร์ลิง ดูแล้วพวกเค้าน่าจะต้องกลับบ้านเร็ว เพราะเกมรุกเข้าขั้นห่วยแตกสุดๆ

ส่วนบ๊วยของกลุ่มอย่าง สกอตแลนด์ ต้องกลับบ้านแบบเหงาๆ ทีมเดียว ทั้งที่เล่นได้ค่อนข้างดีในรายการนี้ จะติดก็ตรงคุณภาพนักเตะที่สู้เขาไม่ได้ ใช้แต่ใจและสภาพร่างกายเข้าสู้ล้วนๆ ซึ่งก็ถือว่าน่าชื่นชมแล้วสำหรับทีมที่ไม่ได้เล่นรายการใหญ่ๆ มา 20 กว่าปี พวกเค้าต้องตกรอบด้วยการมีแต้มเดียว จากการเสมอกับทีมในประเทศเดียวกันอย่าง อังกฤษ

กลุ่ม E

ด้านกลุ่มอีแชมป์กลุ่มถือว่าพลิกโผนิดๆ หลัง สวีเดน ขึ้นมาจบแชมป์กลุ่มได้ ด้วยผลงาน ชนะ 2 เสมอ 1 โดยพวกเค้าสามารถยัน สเปน ไว้ได้ในเกมแรก 0-0 และมาเก็บชัยในสองนัดหลัง แม้รูปเกมของพวกเค้าจะเป็นรองคู่แข่งทุกเกม แต่ด้วยเกมรับที่อาจจะไม่ได้เจองานท้าทายมากนัก ก็ดีพอจะพาทีมเก็บแต้มมาได้ทุกนัดที่ลงเล่น แถมกองหน้าที่ถนัดเล่นบอลสวนกลับอย่าง อเล็กซานเดอร์ อิซาค เหมาะกับแท็คติกของทีมในเวลานี้อย่างมาก ซึ่งโอกาสไปได้ไกลมีสูง เพราะรอบต่อไปจะเจอกับ ยูเครน ที่ฟอร์มค่อนข้างกระท่อนกระแท่น

สำหรับรองแชมป์กลุ่มถือว่าน่าผิดหวัง เพราะ สเปน เป็นอีกทีมในระดับท็อปเทียร์ของยุโรป แม้ปีนี้จะมาด้วยผู้เล่นชุดอินดี้ แต่การครองเกมแบบข่มคู่แข่งมิด การได้ชัยในนัดสุดท้ายเพียงนัดเดียวถือว่าน่าผิดหวัง แม้จะชนะ 5-0 ก็ตาม ส่วนนึงก็เพราะผู้รักษาประตูของ สโลวาเกีย เล่นผิดพลาดเองซะเยอะ จนทำให้เวลาที่เหลือเข้าทางของ กระทิงดุ อย่างมาก น่าเป็นห่วงพวกเค้าตรงที่ กองหน้าไม่มีใครที่ไว้ใจได้เลย แม้แต่คนเดียว

ส่วนอันดับสามอย่าง สโลวาเกีย ไม่ได้ไปต่อ แม้เกมแรกที่ลงเล่นจะเซอไพรส์เอาชนะ โปแลนด์ มาได้ก็ตาม เพราะพวกเขาแพ้ในสองนัดที่เหลือต่อ สวีเดน และ สเปน ยิ่งนัดสุดท้ายโดนกระทิงขวิดไป 5 ประตู ทำให้ผลประตูได้เสียนั้นเป็นรองทีมอันดับสามในกลุ่มอื่น เลยต้องตกรอบไปแบบน่าเจ็บใจ ถึงยังไงก็ถือว่าทำผลงานได้ดีเกินคาด เพราะเอาเข้าจริงๆ หากจบแบบไม่มีซักแต้มเลยก็ไม่น่าแปลกใจ

บ๊วยของกลุ่มอย่าง โปแลนด์ น่าผิดหวังมากๆ เพราะนักเตะหลายคนของพวกเค้าก็ถือว่ามีคุณภาพพอสมควร แต่ด้วยพอเอาเข้าจริง ฝากความหวังไว้ที่ เลวานดอฟสกี้ เพียงคนเดียว และทำ 3 จาก 4 ประตูที่ โปแลนด์ ทำได้ในรายการนี้ น่าเจ็บปวดที่ต้องบอกว่าพวกเค้าไม่มีทางเก่งไปกว่านี้แล้ว ยิ่งอีกไม่นานหาก เลวาน เลิกเล่นทีมชาติ พวกเค้าอาจจะต้องกลับไปอยู่ในจุดเดิมที่เคยเป็นอีกครั้ง

กลุ่ม F

สำหรับกลุ่มสุดท้ายที่เป็นกรุ๊ปออฟเดธ แชมป์กลุ่มไม่ใช่ใครอื่นนอกจากแชมป์โลกทีมล่าสุดอย่าง ฝรั่งเศส แม้ในรายการนี้จะมีปัญหาในการจบสกอร์ เพราะเหล่ากองหน้าซุปตาร์ยิงทิ้งยิงขว้างกันหมด แต่ด้วยการมีคู่กลางอย่าง ก็องเต้ – ป๊อกบา ทำให้พวกเค้าประคองตัวจบแชมป์กลุ่มได้ด้วยผลงาน ชนะ 1 เสมอ 2 โดยยิงได้เพียง 4 ประตูเท่านั้น จะบอกว่าฟอร์มไม่ดีก็พูดยาก เพราะทุกทีมในกลุ่มนี้เล่นได้ดีกันหมดเลย

ส่วนรองแชมป์กลุ่มเป็นของ เยอรมัน ที่เกือบตกรอบแรกในเกมสุดท้าย หลังจากออกสตาร์ทด้วยความพ่ายแพ้ต่อ ฝรั่งเศส พวกเค้าโชว์โหด ถล่ม โปรตุเกส ยับ 4-2 ในเกมที่สอง ต่อมาในเกมสุดท้ายที่ต้องการผลเสมอ ดันเจาะ ฮังการี ไม่เข้า และถูกนำถึงสองหน ดีที่ยังมาตีเสมอได้ในช่วงท้ายเกม ไม่งั้นพวกเค้าจะจบในตำแหน่งบ๊วยของกลุ่มทันที

อันดับสามเป็นของ โปรตุเกส ที่มี 4 แต้มเท่ากับ เยอรมัน ด้วยผลงาน ชนะ 1 เสมอ 1 แพ้ 1 เช่นกัน แต่พวกเค้าแพ้ให้กับ อินทรีเหล็ก ทำให้ H2H ของพวกเค้าเป็นรอง จึงจบเพียงอันดับสามของกลุ่มเท่านั้น แต่ก็ยังดีพอที่จะเป็นทีมที่ดีที่สุดในอันดับสาม หากเทียบกับทุกกลุ่ม ทำให้พวกเค้าเข้ารอบต่อไป แต่จะไปเจอของโคตรแข็งอย่าง เบลเยี่ยม เรียกได้ว่าไม่ต่างจากตอนรอบแบ่งกลุ่มเลยครับ

ด้านบ๊วยอย่าง ฮังการี ที่ก่อนเตะ หลายคนมองว่าพวกเค้าจะแพ้รวดทั้งสามนัด แต่เอาเข้าจริงๆ พวกเค้าเก็บผลเสมอมาได้ 2 นัด ในเกมกับ ฝรั่งเศส และ เยอรมัน แบบที่น่าจะชนะด้วย ส่วนนัดที่พวกเค้าแพ้ต่อ โปรตุเกส ต้องบอกว่าสู้ได้ดีแล้ว แต่ดันมาเสียประตูจากลูกแฉลบในช่วงท้ายเกม ก่อนที่ก่อนหมดเวลาจะโดนเพิ่มอีกสองลูก ทำให้ความปราชัยเพียงนัดเดียวของพวกเค้า คือในเกมกับ โปรตุเกส นั่นเอง น่าเสียดายที่เกมสุดท้ายพวกเค้ายื้อ เยอรมัน ไว้ไม่ไหว เพราะหากไม่โดนตีเสมอในเกมนั้น พวกเค้าจะได้เข้ารอบเป็นอันดับสามแทน

แฟนบอลโปรไลเซนส์

By KICKOFF

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *