เกมยูซีแอล รอบแบ่งกลุ่ม นัดที่ 2 ก็จบลงไปเรียบร้อย เมื่อคืนที่ผ่านมา โดยรอบนี้ก็จะยังแบ่งการแข่งขัน ออกเป็น 2 วัน ในคืนวันอังคาร และคืนวันพุธ ตามเวลา บ้านเราเช่นเคย ซึ่งเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก นัดสอง ที่เพิ่งจบไป ก็มีอะไรๆ น่าสนใจมากมายเช่นเคย
โดยวันนี้ เก่งหลังเกม จะมาสรุปผลบอล ศึกชิงจ้าวยุโรป ประจำฤดูกาล 2021-2022 รอบแบ่งกลุ่ม เกมนัดที่สอง มาฝากเพื่อนๆ พร้อมบทวิเคราะห์ฟุตบอล ตามสไตล์ เก่งหลังเกม ของพวกเราเช่นเคยครับ
ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก นัดสอง มีทีมไหนน่าห่วงบ้าง
1. กลุ่ม A
เริ่มจากคู่บิ๊กแมตช์ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง เปิดบ้านทำศึกหนักกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งสุดท้ายแล้ว เป็นทาง เปแอสเช ที่เปิดบ้านเอาชนะไปได้ 2-0 โดยเกมนี้ ลิโอเนล เมสซี่ เจ้าของรางวัล บัลลงดอร์ 6 สมัย ประเดิมประตูแรก กับต้นสังกัดใหม่ได้เสียที
อีกคู่ แอร์เบ ไลป์ซิก เปิดบ้านพ่าย คลับบรูซ 1-2 ทั้งๆ ที่ออกนำไปก่อนตั้งแต่ไก่โห่ ทำให้ตอนนี้ ทาง เร้ดบูลส์ ยังเก็บแต้มไม่ได้เลยแม้แต่คะแนนเดียว ส่วนทีมเยือน มีแต้มเท่ากับจ่าฝูงอย่าง เจ้าสัวปารีส ที่ 4 แต้มเท่ากัน ตามมาด้วย เรือใบสีฟ้า ที่มี 3 แต้ม
2. กลุ่ม B
กลุ่มนี้ ทีมที่ยังแรงต่อเนื่อง คงหนีไม่พ้น ลิเวอร์พูล ที่สามารถบุกไปเอาชนะ เอฟซี ปอร์โต้ ถึงโปรตุเกส 5-1 เรียกได้ว่า หงส์แดง ค่อนข้างถูกโฉลกกับการเจอ “เพื่อนรัก” อย่าง ปอร์โต้ เพราะเจอทีไรทำผลงานได้ดีทุกครั้ง
ส่วน แอตเลติโก มาดริด ได้ชัยชนะแบบดราม่า หลังบุกไปยิงสองประตูในช่วงท้ายเกม ทำให้สามารถแซงเอาชนะ เอซี มิลาน ที่เหลือ 10 คน ตั้งแต่ต้นเกมได้ 2-1 ทำให้ทาง ปีศาจแดงดำ ยังไม่มีซักคะแนน จมบ๊วย ส่วน ตราหมี มี 4 คะแนน อยู่ในอันดับสอง
3. กลุ่ม C
อาแจกซ์ อัมสเตอร์ดัม ยังรักษาผลงานของตัวเอง ได้เป็นอย่างดี โดยเกมนี้เปิดบ้านเอาชนะ เบซิคตัส 2-0 แบบเหนือกว่าทุกกระบวน ทำให้ปัจจุบันมี 6 คะแนน โอกาสเข้ารอบค่อนข้างสดใส
เนื่องจากอีกคู่ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ที่เก็บชัยมาได้ในนัดแรก ก็สามารถเปิดบ้านเฉือน สปอร์ติง ลิสบอน 1-0 จากประตูชัยของนักเตะใหม่ อย่าง ดอนเยลล์ มาเลน สถานการณ์ในกลุ่มนี้ เสือเหลือง มีโอกาสจูงมือ อาแจกซ์ เข้ารอบค่อนข้างสูง
4. กลุ่ม D
น่าจะเป็นกลุ่มที่บันเทิงที่สุด หลัง เรอัล มาดริด แชมป์สูงสุด 13 สมัย โดนทีมนายอำเภอ อย่าง เชอร์ริฟ ติราสโพล ที่เพิ่งมาเล่นรายการนี้ เป็นครั้งแรก บุกมาเอาชนะไปได้ 2-1 กลายเป็นว่าน้องใหม่ เก็บได้ 6 แต้มเต็ม จากสองนัดแรก
ส่วนอีกคู่ ชักตาร์ โดเน็ตส์ก เปิดบ้านเจ๊ากับ อินเตอร์ มิลาน 0-0 แบบที่รูปเกม เป็นของเจ้าบ้านซะส่วนใหญ่ แม้โอกาสทำประตูจะพอๆ กันก็ตาม ดูแล้วสถานการณ์น่าเป็นห่วงสำหรับทาง งูใหญ่ มากๆ ยิ่งหากพลาดสามแต้มในเกมหน้ามีสิทธิ์ตกรอบสูง
5. กลุ่ม E
อาจจะได้ทีมที่เข้ารอบไปแล้วแน่ๆ ทีมนึง เพราะ บาเยิร์น มิวนิค ยังแรงต่อเนื่อง เปิดบ้านถล่ม ดินาโม เคียฟ 5-0 เก็บ 6 แต้มเต็มด้วยฟอร์มอันร้อนแรง สองนัด ยิงไปแล้ว 8 ประตู ไม่เสียซักประตู แถมสองเกมรวมกัน เสือใต้ โดนยิงตรงกรอบเพียงไม่กี่ครั้ง
อีกคู่ถือว่าช็อคพอสมควร โดย เบนฟิก้า สามารถเปิดบ้านเอาชนะ บาร์เซโลน่า ไปได้ 3-0 แบบที่ฟอร์มการเล่นก็สู้ไม่ได้ด้วย เรียกว่า เราอาจจะได้เห็น เจ้าบุญทุ่ม ตกรอบแรกรายการนี้ครั้งแรกในรอบหลายปี ก็เป็นได้ครับ
6. กลุ่ม F
กลุ่มนี้อะไรก็พลิกได้ตลอดเวลา เริ่มจาก อตาลันต้า เปิดบ้านเฉือน ยัง บอยส์ 1-0 แม้ตลอดทั้งเกม จะมีโอกาสทำประตูมากมาย ทำให้ตอนนี้ เทพธิดา ขึ้นมานำเป็นจ่าฝูง แม้จะมีเพียง 4 คะแนนก็ตาม
ด้าน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่แพ้มาในเกมแรก เกมนี้ก็เกือบตาย ดีที่ได้ ดาบิด เด เคอา ช่วยชีวิตไว้ บวกกับประตูชัยของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ในช่วงทดเจ็บนาทีสุดท้าย ทำให้ ปีศาจแดง เก็บสามแต้มสำคัญออกมาได้ ส่วน เรือดำน้ำสีเหลือง จมบ๊วยเพราะมีแต้มเดียว
7. กลุ่ม G
หมูกัดกันโดยแท้ เริ่มจาก เร้ดบูลส์ ซัลซ์บวร์ก เปิดบ้านเฉือน ลีลล์ 2-1 จากจุดโทษทั้งสองประตู ทั้งๆ ที่รูปเกมนั้นเป็นรองทาง ตราหมา อยู่ แต่มาเสียสองจุดโทษแบบนี้ ยังไงก็เหนื่อย
ส่วนอีกคู่ โวล์ฟสบวร์ก เปิดบ้านเจ๊ากับ เซบีย่า 1-1 โดย หมาป่าที่ยื้อไว้ทั้งเกม มาเสียใบแดงและจุดโทษในช่วงท้ายเกม ทำให้พลาดสามแต้มแบบน่าเสียดาย แต่ที่น่าเสียกว่าคือคนที่ได้ดูเกม เพราะน่าเบื่อพอสมควร สำหรับการเจอกันของ สองทีมที่เน้นชัวร์ไว้ก่อน
8. กลุ่ม H
เกมคู่ที่ทีมใหญ่เจอกันเอง ยูเวนตุส สามารถเปิดบ้านเฉือนเอาชนะแชมป์เก่า อย่าง เชลซี ไปได้ 1-0 จากประตูชัยในช่วงต้นครึ่งหลังของ เฟเดริโก้ เคียซ่า ซึ่งนอกจากจะทำประตูชัยได้แล้ว เจ้าตัวยังป่วนแนวรับของ สิงโตน้ำเงินคราม ซะกระจุยไม่เหลือชิ้นดี
ปิดท้ายกันที่ เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก เปิดบ้านถล่ม มัลโม่ ไปได้ 4-0 โดยทีมเยือนมาเหลือ 10 คนช่วงต้นครึ่งหลัง แต่รูปเกมจริงๆ ไม่ได้ขี้เหร่อะไรมาก ต่างกันที่ความเด็ดขาดเท่านั้น เรียกว่าตกรอบไปครึ่งตัวแล้ว สำหรับทางทีมเยือนในเกมนี้
แฟนบอลโปรไลเซนส์
