ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม นัดที่ห้า ก่อนเหลือเกมชี้ชะตา อีกเพียงนัดเดียว

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม นัดที่ห้า ซึ่งเป็นเกมรองสุดท้าย ของศึกชิงแชมป์ ฟุตบอลสโมสรยุโรป หรือถ้วยบิ๊กเอียร์ ที่เหล่าสโมสรต่างๆ ทั่วทั้งยุโรป ต่างแย่งชิงความเป็นหนึ่ง ซึ่งในวันนี้เดินทางมาถึงช่วงท้าย ของเกมในรอบแบ่งกลุ่มแล้ว

วันนี้ เก่งหลังเกม ก็ไม่พลาด ที่จะมาสรุปผลฟุตบอล พร้อมกับ บทวิเคราะห์ฟุตบอล ในสไตล์ของพวกเรา เช่นเคย หาเพื่อนๆ ไม่อยากพลาด บทความดีๆ จากพวกเรา ก็อย่าลืมติดตามกันต่อไป

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม นัดที่ห้า ก่อนเหลือเกมชี้ชะตา อีกเพียงนัดเดียว

1. กลุ่ม A

ในรอบนี้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านเฉือนเอาชนะ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ได้ 2-1 แม้จะโดนทาง เปแอสเช บุกมานำไปก่อน จาก คีเลียน เอ็มบัปเป้ ก่อนที่ เรือใบสีฟ้า จะมาแซงเอาชนะได้จากประตูของ กาเบรียล เฆซุส และ ราฮีม สเตอร์ลิง

อีกคู่ คลับ บรูช แพ้คาบ้านต่อ แอร์เบ ไลป์ซิก 0-5 แต่สุดท้ายทั้งสองทีม ก็จูงมือกันตกรอบอยู่ดี เหลือเพียงตั๋วไปเล่น ยูโรป้าลีก เท่านั้น ที่ต้องวัดกันในนัดสุดท้าย ส่วนสองอันดับแรก จบข่าวแล้ว โดย แมนซิตี้ คว้าแชมป์กลุ่มเรียบร้อย

2. กลุ่ม B

ลิเวอร์พูล ที่โรเตชั่นหลายตำแหน่ง แต่ก็เฉียบพอ ที่จะเปิดบ้านต้อน ปอร์โต้ เพื่อนรักไป 2-0 แต่อีกคู่ แอตเลติโก มาดริด ดันแพ้คาบ้านต่อ เอซี มิลาน 0-1 จากประตูชัยในช่วงท้ายเกม

กลุ่มนี้ทาง หงส์แดง การันตีแชมป์กลุ่ม ตั้งแต่เกมนัดก่อน เกมนี้ก็ยังคว้าชัย ลุ้นเป็นทีมแรกจากอังกฤษ ที่ชนะในรอบแบ่งกลุ่ม 6 นัดรวด ส่วนตั๋วอีกใบ ทั้งสามทีมมีโอกาสพอๆ กัน

3. กลุ่ม C

อาแจกซ์ ยังแรงไม่ตก บุกไปเก็บชัยเหนือ เบซิคตัส ถึงถิ่น 2-1 ทำสถิติชนะ 5 นัดรวด อีกทีมนึงในปีนี้ ส่วนอีกคู่ สปอร์ติ้ง ลิสบอน เปิดบ้านเอาชนะ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ 3-1 แบบช็อคพอสมควร

เพราะทำให้ สปอร์ติ้ง ลิสบอน ตามทาง อาแจกซ์ เข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายทันที ถึบให้ทาง เสือเหลือง หล่นไปเล่นในยูโรป้า ทำให้เกมสุดท้ายในกลุ่มนี้ ไม่มีผลใดๆ ทั้งสิ้น ราวกับบอลแก้บนเท่านั้น

4. กลุ่ม D

เรอัล มาดริด แก้แค้นได้สำเร็จ โดยบุกไปเอาชนะ เชอร์ริฟ ติราสโพล 3-0 การันตีการเข้ารอบแน่นอนแล้ว เช่นเดียวกับ อินเตอร์ มิลาน ที่เปิดบ้านเอาชนะ ชักตาร์ โดเน็ตส์ก 2-0

โดยกลุ่มนี้ อันดับสามและสี่ การันตีเรียบร้อย โดยทาง เชอร์ริฟ จะได้ไปเล่นยูโรป้า ส่วน ราชันชุดขาว กับ งูใหญ่ จะวัดกันในนัดสุดท้าย ว่าใครจะได้เป็นแชมป์กลุ่ม โดยทาง ชุดขาว ขอเพียงแค่เสมอเท่านั้น

5. กลุ่ม E

บาเยิร์น มิวนิค อีกหนึ่งทีมที่ชนะได้ 5 เกมรวด หลังบุกเฉือน ดินาโม เคียฟ 2-1 ด้าน บาร์เซโลน่า ยังน่าห่วง หลังเปิดบ้านเจ๊ากับ เบนฟิก้า 0-0

ทำให้เกมนัดสุดท้าย ต้องหวังเอาชนะ เสือใต้ ให้ได้ ไม่งั้นมีสิทธิ์ตกรอบ หากทาง เบนฟิก้า สามารถเอาชนะ ดินาโม เคียฟ ได้ในนัดสุดท้าย เพราะมีแต้มห่างกันเพียง 2 คะแนน แต่เฮดทูเฮด เป็นรองทาง เหยี่ยวลิสบอน

6. กลุ่ม F

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังเอาตัวรอดได้อย่างฉิวเฉียด โดยสามารถบุกไปเอาชนะ บียาร์เรอัล ได้ในช่วงท้ายเกม 2-0 การันตีแชมป์กลุ่มทันที ส่วนทาง อตาลันต้า ทำได้เพียงเจ๊ากับ ยัง บอยส์ 3-3

ทำให้เกมสุดท้าย เรือดำน้ำสีเหลือง กับ เทพธิดา ต้องวัดกันเอง โดยทาง บียาร์เรอัล ได้เปรียบนิดหน่อย หลังขอแค่ผลเสมอเท่านั้น ผิดกับทาง อตาลันต้า ต้องชนะสถานเดียว ส่วน ยัง บอยส์ กับ แมนยู ไม่มีผลใดๆ แล้ว

7. กลุ่ม G

ลีลล์ เปิดบ้านเฉือน เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก 1-0 จากประตูชัยในช่วงครึ่งแรก อีกคู่นึง เซบีย่า เปิดบ้านต้อน โวล์ฟสบวร์ก 2-0 ทำให้สถานการณ์ของกลุ่มนี้ มั่วซั่วตั่วเหล็งพอสมควร

โดยทุกทีม ยังมีโอกาสเข้ารอบด้วยกันทั้งหมด เกมนัดสุดท้าย โวล์ฟสบวร์ก ต้องวัดกับ ลีลล์ หากไม่เข้ารอบก็ตกรอบไปเลย หมดสิทธิ์ไปยูโรป้า ด้าน เซบีย่า กับ ซัลซ์บวร์ก ก็ต้องวัดกัน หากใครชนะก็เข้ารอบ

8. กลุ่ม H

เชลซี เปิดบ้านถล่ม ยูเวนตุส 4-0 ถือว่าขาดลอยมาก ทั้งๆ ที่เป็นทีมใหญ่เหมือนกัน ส่วนอีกคู่นั้น มัลโม่ เปิดบ้านเจ๊ากับ เซนิต เซนส์ ปีเตอร์สเบิร์ก 1-1

แต่ก็ไม่มีผลอะไรมาก เพราะจับมือกันตกรอบแล้ว นอกจากจะการันตี การไปเล่นยูโรป้า ของ เซนิต ส่วนเกมคู่บิ๊กแมตช์ จับมือกันเข้ารอบ เหลือเพียงแต่แย่งกันเป็นแชมป์กลุ่มเท่านั้น

แฟนบอลโปรไลเซนส์

By KICKOFF

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *