วันนี้ขอย้อนดูผลงาน ลิเวอร์พูล ชนะรวด ยูซีแอล รอบแบ่งกลุ่ม กันซักหน่อย เพราะทาง หงส์แดง เป็นทีมแรกจากเกาะอังกฤษ ที่ทำสถิตินี้ได้ แม้ทีมจากศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ จะเป็นลีกที่มีสโมสร เข้าร่วมในรายการนี้ มากที่สุดลีกนึงก็ตาม
โดย เก่งหลังเกม จะมาสรุปผลงาน ของ ลิเวอร์พูล ทั้ง 6 นัด พร้อมบทวิเคราะห์ฟุตบอล ในสไตล์ของพวกเรา
ย้อนดูผลงาน ลิเวอร์พูล ชนะรวด ยูซีแอล รอบแบ่งกลุ่ม ทั้ง 6 นัด เป็นทีมแรกของอังกฤษ
ซึ่งหลังการจับสลากรอบแบ่งกลุ่ม หลายคนให้ความเป็นห่วง หลังกลุ่มบี ประกอบไปด้วย ลิเวอร์พูล แอตเลติโก มาดริด เอฟซี ปอร์โต้ และ เอซี มิลาน เรียกได้ว่าเป็นกรุ๊ปออฟเดธของจริง
แต่ทาง หงส์แดง ดันโชว์ผลงานได้อย่างน่าทึ่ง โดยพวกเขาเก็บชัย ได้ทุกนัดที่ลงแข่งขัน แม้หลายเกมจะส่งสำรองลงเล่น หลายต่อหลายตำแหน่ง ก็ตามที
นัดแรก vs เอซี มิลาน (เหย้า)
เกมแรกถือว่าลำบากพอสมควร โดยพวกเขาเลือกที่จะพัก ตัวหลักหลายตำแหน่ง เนื่องจากผู้เล่นหลายคน ยังมีปัญหาเรื่องความฟิต แม้ทาง หงส์แดง จะขึ้นนำเร็ว จากการทำเข้าประตูตัวเอง ของ ฟิกาโย่ โทโมริ ก็ตาม
แต่ช่วงท้ายครึ่งแรก อยู่ดีๆ พวกเขาก็หลุดไปดื้อๆ ปล่อยให้ ปีศาจแดงดำ กลับมาครองเกมไว้ และสามารถทำประตู แซงขึ้นนำก่อนจบครึ่งแรก 2-1 ก่อนที่ครึ่งหลัง พวกเขาจะมาแซงคืน เอาชนะไป 3-2 จากประตูของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน
นัดที่สอง vs เอฟซี ปอร์โต้ (เยือน)
เรียกได้ว่าเป็น ทีมเพื่อนรักเลย สำหรับทาง ปอร์โต้ ที่เลี้ยวซ้ายผ่านตลอดให้กับ ลิเวอร์พูล ทุกครั้งที่เจอกัน ปีนี้ก็เช่นกัน โดยนัดที่สองนี้ หงส์แดง บุกมาถล่มไป 5-1 แบบที่ครองเกมอยู่ฝ่ายเดียว แม้จะมีการโรเตชั่นผู้เล่น ในบางตำแหน่งก็ตาม
โดยพวกเขาได้ประตูจาก โมฮาเหม็ด ซาลาห์ สองประตู บวกกับ ซาดิโอ มาเน่ อีกลูกนึง ให้ทีมบุกมานำ 3-0 ก่อนที่เจ้าบ้านจะตีตื้นขึ้นมา จาก เมห์ดี ทาเรมี่ ก่อนที่ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ ที่ถูกส่งลงมาเป็นสำรอง จะมาเบิ้ลสองประตูในช่วงท้ายเกม
นัดที่สาม vs แอตเลติโก มาดริด (เยือน)
แม้จะชนะมาสองนัดรวด แต่เกมนี้พวกเขาก็ยังจัดเต็ม พยายามส่งทีมที่ดีที่สุด เจอกับคู่ปรับเก่า อย่าง ตราหมี โดยเกมนี้ทาง ลิเวอร์พูล ออกนำเร็ว 2-0 จากประตูของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ นาบี เกอิต้า ก่อนที่จะโดน อองตวน กรีซมันน์ เบิ้ลสองประตู ตามตีเสมอให้กับ แอต มาดริด
แต่ในครึ่งหลัง มีจังหวะที่ กรีซมันน์ ไปยกเท้าสูงเข้าเต็มหน้าของ ฟีร์มิโน่ จนโดนไล่ออกจากเกม กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ก่อนที่หงส์แดง จะมาได้จุดโทษในช่วงท้ายเกม และเป็น โม ซาลาห์ ที่ยิงผ่าน แยน โอบลัค เข้าไป ให้ทีมบุกมาชนะ 3-2 เล่นเอา เอล โชโล่ ไม่ยอมจับมือกับ เจอร์เก้น คล็อปป์ จนเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมา
นัดที่สี่ vs แอตเลติโก มาดริด (เหย้า)
เกมนี้ห่างจากเดิมไม่นาน โดยทาง หงส์แดง ที่ชนะมาสามนัดรวด ยังคงไม่ผ่อนเครื่อง จัดชุดใหญ่ลงบดกับ แอต มาดริด ซึ่งทาง ลิเวอร์พูล ก็มาขึ้นนำเร็ว 2-0 จากประตูของ ดิโอโก้ โชต้า และ ซาดิโอ มาเน่
แถมทาง ตราหมี ยังมาเหลือ 10 คน จากการโดนไล่ออกของ เฟลิเป้ ในช่วงท้ายครึ่งแรก จากจังหวะที่พยายามจะตัดเกมกลางสนาม แต่ไปเปิดปุ่มย่ำขาของ มาเน่ จากทางด้านหลัง เกมเลยขาดทันที
นัดที่ห้า vs เอฟซี ปอร์โต้ (เหย้า)
แม้จะการันตีการเข้ารอบ ในฐานะแชมป์กลุ่มแล้วก็ตาม พวกเขาก็ยังเลือกที่จะส่งตัวหลัก อย่าง ซาลาห์ และ มาเน่ ลงชนกับ ปอร์โต้ เนื่องจากตั๋วในเกมนี้ ถูกขายจนเกลี้ยง จน เจอร์เก้น คล็อปป์ อยู่เฉยไม่ได้
ซึ่งแม้รูปเกมจะอึดอัดซักหน่อย เพราะผู้เล่นส่วนใหญ่ เป็นเพียงตัวสำรอง แต่ในช่วงครึ่งหลัง ลิเวอร์พูล ก็มาทำสองประตู จาก ติอาโก้ อัลคันทาร่า และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ให้ทาง หงส์แดง เอาชนะไป 2-0
นัดที่หก vs เอซี มิลาน (เยือน)
เกมสุดท้ายก็เช่นกัน แม้จะการันตีแชมป์กลุ่มไปนานแล้ว แต่เกมนี้ก็ยังมี มาเน่ และ ซาลาห์ รวมไปถึง อลิสซอน ที่ได้ออกสตาร์ทตัวจริง ที่เหลือเป็นสำรองทั้งหมด ซึ่งรูปเกมในช่วงแรก แม้จะเหนื่อยซักหน่อย แถมโดนนำไปก่อนจาก ฟิกาโย่ โทโมริ ในช่วงกลางครึ่งแรก
แต่หลังจากตั้งสติได้ พวกเขาค่อยๆ ครองเกมกลับมา และได้ประตูตีเสมออย่างรวดเร็ว จาก โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ก่อนที่ในช่วงต้นครึ่งหลัง ดิว็อค โอริกี้ จะมายิงประตูชัย ให้ หงส์แดง บุกมาเก็บสามแต้ม พร้อมสร้างสถิติ เป็นทีมแรกจากอังกฤษ ที่ชนะเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ครบทั้ง 6 นัด
แฟนบอลโปรไลเซนส์
