ควันหลง เกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดล่าสุด โดยวันนี้จะมาว่ากันในเกมที่ ลิเวอร์พูล แพ้ เวสต์แฮม ซึ่งเป็นการพ่ายแพ้นัดแรก ของ หงส์แดง ในฤดูกาลนี้ แถมหยุดสถิติไม่แพ้ใคร ในทุกรายการไว้ที่ 25 นัด เทียบเท่าสถิติเดิมของสโมสร
โดย เก่งหลังเกม จะมาเพื่อนๆ ไปวิเคราะห์ฟุตบอล และมาดูกันว่า เพราะเหตุใด พวกเค้าถึงได้บุกไปแพ้ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด เป็นเกมแรกของฤดูกาล
ลิเวอร์พูล แพ้ เวสต์แฮม จากความผิดพลาดข้อใดบ้าง
ขอย้อนไปเกมล่าสุด ที่พวกเขาต้องพบกับความพ่ายแพ้ ต้องย้อนไปเมื่อฤดูกาลก่อน ในเกมที่แพ้ต่อ เรอัล มาดริด ในศึกชิงจ้าวยุโรป ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาล 2020-21 รอบก่อนรองชนะเลิศ 1-3 ที่สเปน
โดยเกมนั้น หงส์แดง ขาดกองหลังตัวกลาง ที่เป็นตัวหลักยกทีม ต้องใช้ผู้เล่นอย่าง โอซาน คาบัค และ นาธาเนียล ฟิลลิปส์ ลงเล่นเป็นตัวจริง เจอกับจ้าวยุโรป อย่าง ราชันชุดขาว ซึ่งความพ่ายแพ้ ก็เป็นเรื่องที่พอเข้าใจได้
แต่ในเกมนี้นั้นต่างออกไป เพราะพวกเค้ามีตัวหลักเกือบครบทีม กองหน้า กองหลัง ผู้รักษาประตู เรียกได้ว่าเป็นชุดที่ดี เกือบที่สุดของทีม ณ ปัจจุบัน อาจจะขาดเพียง โรแบร์โต้ ฟิร์มิโน่ และกองกลางหลายราย แต่ก็นำมาโดย จอร์แดน เฮนเดอร์สัน และ ฟาบินโญ่
ความผิดพลาดประตูแรก อาจมองได้ว่าเป็นการฟาวล์ เพราะมีการกระทบตัว ผู้รักษาประตู ในกรอบ 6 หลา ซึ่งเป็นโซนที่มีไว้ ป้องกันผู้รักษาประตูโดยเฉพาะ แต่ความผิดพลาดสำคัญ คือไม่มีใครไปสกรีน มิคาอิล อันโตนิโอ ที่เข้าไปก่อกวน และตั้งใจบังการเล่นของ อลิสซอน แบบมองจากดาวอังคารลงมาก็รู้
กว่าจะตีเสมอได้ จากฟริคิกสุดสวย ของ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ก็ต้องรอถึงในช่วงท้ายครึ่งแรก โดยก่อนหน้านั้น พวกเค้าแทบจะไม่มีโอกาสยิงได้ลุ้นเลย จนต้องมาลุ้นเอาจากลูกตั้งเตะ ซึ่งก็ต้องชมคนยิง ที่ยิงได้สวยงามจริงๆ
แต่พอเข้าครึ่งหลัง บอกเลยว่าพวกเค้าสมควรที่จะแพ้ แม้จะเป็นฝ่ายครองบอลอยู่ฝ่ายเดียว แต่การเจาะเข้าไปก็ทำได้ลำบาก ทั้งการพยายาลเจาะตรงกลาง แต่โดนคู่กลางรับ ของ ขุนค้อน อย่าง โทมัส ซูเช็ค และ เดแคลน ไรซ์ ดักเอาไว้ได้หมด
ส่วนการพยายาม จะเจาะริมเส้น ก็ต้องบอกว่า เบน จอห์นสัน และ อารอน แคสเวลล์ ที่แทบจะไม่ได้เติมเกม ตั้งเป้ายืนคุมแบ็คตลอดเวลา จนทั้ง ซาดิโอ มาเน่ และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ แทบจะเลี้ยงไม่ผ่านเลยซักครั้ง
ด้าน จาร็อด โบเว่น และ ซาอิด เบนราห์ม่า 2 ปีกของทีม ก็ยืนคุมแบ็คทั้งสองข้างของ ลิเวอร์พูล อย่าง แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน และ เทรนต์ เอาไว้ตลอดทั้งเกม ขนาด ปาโบล ฟอร์นัลส์ กับ มิคาอิล อันโตนิโอ ยังลงมายืนคุม การขึ้นเกมแดากลาง ของลิเวอร์พูล ในแดนตัวเอง
เรียกว่าเป็นแท็คติกฮิต สำหรับทุกทีมที่เจอกับ ลิเวอร์พูล ณ ปัจจุบัน คือต้องพยายามตั้งรับ ทั้ง 11 คน ในแดนตัวเอง ปล่อยให้ทาง หงส์แดง เซ็ตบอลไปมา แล้วหาโอกาสสวนกลับ เพื่อทำสกอร์
ซึ่งเกมนี้ ขุนค้อน มีโอกาสสวนกลับหลายจังหวะ โดยอาศัยการดักบอล แล้วผู้เล่นสามมิดฟิลด์แนวรุก จะพยายามชิ่งบอลอย่างรวดเร็ว เพื่อหลบการเพลสซิ่งของ ลิเวอร์พูล แล้วก็ค่อนข้างได้ผล
เนื่องจากผู้เล่นอย่าง อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ไม่ใช่ผู้เล่นที่เกมรับได้ดีนัก หลังจากเจออาการบาดเจ็บหนัก เมื่อหลายฤดูกาลก่อน ดูอย่างในครึ่งแรก มิคาอิล อันโตนิโอ มักจะไปรอบอล ทางซ้ายมือของตัวเอง ซึ่งเป็นคนละฝั่งกับ ดิอ็อก
แต่ครึ่งหลัง เจ้าตัวเปลี่ยนมายืน ฝั่งขวามือของตัวเองมากขึ้น และต้องบอกว่า เกมรับในแผงกองกลาง ของทาง ลิเวอร์พูล มีปัญหามาหลายเกมแล้ว ดีแค่ไหนที่ไม่แพ้ มาตั้งแต่เกมก่อนๆ เพราะเกมที่ชนะเอง ก็เปิดแผลเอาไว้เยอะ อย่างเช่นเกมที่บุกชนะ แมนยู 5-0 เกมรับของแดนกลาง ก็ดูจะมีปัญหา
จนมาเสียประตูที่สอง จากจังหวะโต้กลับเร็ว และเป็น ปาโบล ฟอร์นัลส์ ที่ได้หลุดเข้าไปยิงจ่อๆ ทำให้ทาง เวสต์แฮม ขึ้นนำเป็นหนที่สอง จากภาพช้า ก็เห็นได้ว่า กองกลางของพวกเค้า เล่นบอลสุภาพเกินไป ไม่รู้จักตัดเกม แลกใบเหลือง ในจังหวะสำคัญๆ
ตรงนี้เอง ก็น่าจะเป็นจุดอ่อนของ หงส์แดง เพราะหลายฤดูกาลที่ผ่านมา พวกเค้าได้รางวัลแฟร์เพลย์ หรือการได้รับใบเหลือง-ใบแดง น้อยกว่าทุกทีมในลีก นั่นก็เป็นเพราะจังหวะสำคัญๆ ผู้เล่นหลายคน มักจะไม่ตัดฟาวล์ และยอมปล่อยให้ไปวัดกับกองหลัง และผู้รักษาประตู
อาการบาดเจ็บของ เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค ก็ดูจะส่งผลหนักกับเจ้าตัว เพราะปัจจุบัน พูดได้เต็มปากว่ายังไม่ 100% แม้ว่าจะผ่านมาปีกว่าๆ แล้วก็ตาม หลายครั้ง เจ้าตัวก็เลือกที่จะไม่สปริ้น มีจังหวะนึง ดีที่ อันโตนิโอ ดันวิ่งเลยบอล เลยรอดตัวไป
และจังหวะเตะมุมอีกครั้ง ที่ อลิสซอน โดน อันโตนิโอ มาก่อกวน ค่อนข้างเหลือเชื่อ ที่ไม่มีใครไปช่วยพ่อหมีเลย แม้แต่คนเดียว และเป็นที่มาของประตูของ เคิร์ต ซูม่า ที่ขึ้นโหม่งคนเดียวโล่งๆ แถมผู้รักษาประตูของพวกเค้า ยังโดน อันโตนิโอ มายืนป่วยอยู่ใกล้ๆ
ก่อนที่จะมาได้ประตูตีตื้น จากความสามารถเฉพาะตัวของ โอริกี้ ที่ลงมาเป็นสำรอง ที่ดูจะสร้างความแตกต่าง ให้พวกเค้าได้มหาศาล ทำให้มองเห็นว่า การมีกองหน้าตัวเป้า ที่กดดันเกมในเขตโทษของคู่แข่งได้ ยังคงจำเป็นต่อเกมฟุตบอล
ดังนั้นนอกจาก กองกลางที่เราอาจจะได้เห็นพวกเค้าเสริมผู้เล่น เชื่อว่าอีกเป้าหมายของพวกเขา คือการยกระดับความน่ากลัวในเขตโทษ ไม่อย่างนั้น ถ้วยแชมป์อาจจะหลุดลอยไปไกลแล้ว กว่าที่พวกเขาจะรู้ตัว
แฟนบอลโปรไลเซนส์
