สรุปผลฟุตบอล ยูซีแอล 15 มีนาคม กับความหวังสุดท้าย ของหลายๆ ทีม

พาเพื่อนๆ ไป สรุปผลฟุตบอล ยูซีแอล 15 มีนาคม ซึ่งรายการฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ดำเนินมาถึงรอบ 16 ทีมสุดท้าย เลกสอง แล้ว โดยเมื่อคืนที่ผ่านมา เป็นคิวของคู่ที่ 5 และ 6 ที่จะได้รู้แล้ว ว่าทีมใดผ่านเข้ารอบไปอีกบ้าง

ดังนั้น เก่งหลังเกม เลยจะมาสรุปผลฟุตบอลยุโรป ถ้วยใหญ่สุด มาฝากเพื่อนๆ พร้อมกับ บทวิเคราะห์ฟุตบอล ตามสไตล์ของพวกเรา เช่นเคย

สรุปผลฟุตบอล ยูซีแอล 15 มีนาคม กับความหวังสุดท้าย ของหลายๆ ทีม

1. แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 0-1 แอตเลติโก มาดริด

เลกแรกนั้น ทั้งคู่เสมอกันมา 1-1 ทำให้ทุกอย่าง ต้องมาวัดกันที่นัดนี้ ซึ่งต้องบอกว่า ปีศาจแดง จะได้เปรียบเต็มๆ เพราะได้เล่นเกมตัดสิน ในบ้านของตัวเอง ซึ่งเกมนี้ได้ บรูโน่ เฟร์นันเดซ คืนตัวจริง

แต่ในส่วนของ ปอล ป็อกบา หลุดไปนั่งสำรอง เพื่อเน้นกองกลางอย่าง เฟร็ด กับ แมคโท เพื่อเน้นความแน่นในแดนกลาง ซึ่งก็ถือว่า เป็นการตัดสินใจที่เหมาะสม กับการเจอบอลสเปน

ส่วน ตราหมี เน้นเกมแดงกลางอย่างแท้จริง ส่วนแดนหน้าใช้ ชูเอา เฟลิกซ์ กับ อองตวน กรีซมันน์ ซึ่งเน้นความคล่องตัว สามารถเอาตัวรอดได้ด้วยตัวเอง ไม่เน้นว่าต้องพักบอล เพราะเน้นสวนกลับอยู่แล้ว

ในเกมนี้ ทั้งสองทีม ต่างก็เล่นกันอย่างระวัง แม้เกมรับของ แมนยู จะเพี้ยนๆ อยู่บ้าง ตามสไตล์การนำของ แฮร์รี่ แม็คไกวร์ กองหลังค่าตัวแพง จอมสร้างคอนเทนต์ ที่เหวอเป็นประจำ

แต่ต้องชมผู้รักษาประตู ของทั้งสองทีมด้วย ว่าต่างก็ทำผลงาน ได้ตามความคาดหมาย สามารถช่วยยันสกอร์ของทั้งสองฝ่ายไว้ได้ จากโอกาสยิงที่มีลุ้นประตู

อย่างไรก็ตาม ในช่วงท้ายครึ่งแรก แอต มาดริด มาขึ้นนำได้สำเร็จ จากการโหม่งของ เลนาน โรดี้ หลังจากก่อนหน้านั้น พวกเขาโดน VAR ยึดประตูคืน จากจังหวะล้ำหน้า

ต้องบอกว่าจุดเริ่มต้น ก็มาจากการชิ่งบอลเร็ว อันเข้ากับสไตล์ คู่กองหน้าของพวกเขาด้วย เรียกว่าใช้ผู้ได้เล่นได้เหมาะสมกับแท็คติก เพราะกองหลังแมนยู ดูจะแพ้พวกแนวรุกคล่องๆ อยู่พอสมควร

แม้ช่วงเวลาที่เหลือ ทั้งสองทีมจะยังหาโอกาส ทำประตูกันได้หลายครั้ง แต่สุดท้าย ผู้รักษาประตูของทั้งคู่ อย่าง แยน โอบลัค และ ดาวิด เด เกอา ก็สามารถช่วยเซฟไว้ได้

ทำให้จบเกม เป็นฝ่ายทีมเยือนที่บุกมาชนะ ด้วยสกอร์ 1-0 รวมผลสองนัด แอตเลติโก มาดริด เข้ารอบไปด้วยผลสกอร์ 2-1 เป็นถ้วยใบสุดท้าย ที่ยังพอมีลุ้น ส่วน แมนยู นั้นว่าวทุกถ้วย

2. อาแจกซ์ อัมสเตอร์ดัม 0-1 เบนฟิก้า

หากเทียบฟอร์มแล้ว ต้องบอกว่าทาง อาแจกซ์ เหนือกว่าพอสมควร ยิ่งในรอบแบ่งกลุ่ม ชนะมา 6 นัดติดต่อกัน ส่วนทาง เบนฟิก้า ที่เข้ารอบมาได้ ส่วนนึงต้องยอมรับว่า บาร์เซโลน่า เจอวิกฤติในช่วงต้นฤดูกาล

ในเลกแรกที่เจอกัน แม้ทาง อาแจกซ์ จะเป็นฝ่ายเหนือกว่า แต่ก็แสดงให้เห็นถึงจุดอ่อน นั่นคือโดนเกมสวนกลับเล่นงาน บวกกับแนวรับยังมีจุดผิดพลาด ค่อนข้างเยอะ เลยจบลงด้วยผลเสมอ

เริ่มเกมมา แทบจะเป็นบอลของเจ้าบ้าน อยู่ฝ่ายเดียว โดยพวกเขาโถมเกมบุกใส่ ตั้งแต่กรรมการเป่านกหวีด แถมหาโอกาสจบได้เยอะ แต่ดันไม่ค่อยมีโอกาสไหน ที่จะใกล้เคียงเลย

ส่วนทีมเยือน เหมือนไม่คิดเรื่องทำประตู คือขอแค่ยันสกอร์ไว้ให้ได้ก่อน เพราะรูปเกมเป็นรองค่อนข้างเยอะ เรียกว่าโดนกดจม จนโงหัวไม่ขึ้นเลย ก็ไม่ผิดนัก จนกระทั่งจบครึ่งแรก

ในช่วงครึ่งหลัง เกมก็ยังไม่ต่างจากเดิมนัก ทาง อาแจกซ์ ยังเป็นฝ่ายขึงเข้าใส่ หมายทำประตูขึ้นนำให้ได้ เพราะถ้าหากออกนำไปก่อน จะเป็นการบีบให้ ผู้มาเยือนต้องบุกทำประตูคืนสถานเดียว

แต่สุดท้าย พวกเขาก็ยิงทิ้งยิงขว้างไปหมด โอกาสทำประตูที่มี แทบจะไม่ต้องให้ ผู้รักษาประตูของทีมเยือน ได้ออกแรงเซฟเลย จนกระทั่งจุดเปลี่ยนสำคัญ เกิดขึ้นในช่วงท้ายเกม

จากจังหวะฟรีคิกฝั่งขวา อเล็กซ์ กริมัลโด้ เปิดด้วยซ้าย บอลมาเข้าหัว ดาร์วิน นูเญซ ที่ขึ้นโหม่งคนเดียว เข้าประตูไปอย่างง่ายดาย ทำให้ทีมเยือน พลิกสถานการณ์ กลายเป็นมาฝ่ายได้เปรียบ

แถมต้องบอกว่า นี่เป็นจังหวะทำประตู ที่ใกล้เคียงครั้งแรก ของทางผู้มาเยือนอีกด้วย และยังเป็นครั้งเดียว ที่พวกเขายิงตรงกรอบ เรียกว่าความอดทน ตลอดทั้งเกมที่ผ่านมานั้น ไม่เสียเปล่าจริงๆ

ช่วงเวลาที่เหลือ อาแจกซ์ พยายามโถมเกมรุ เพื่อทำประตูคืน แต่สุดท้าย พวกเขาก็ไม่สามารถ เจาะประตูทาง เหยี่ยวลิสบอน ได้จริงๆ ทำให้จบเกมไป ด้วยสกอร์เดียวกับในคู่แรก

รวมผลสองนัด เบนฟิก้า เข้ารอบไปด้วยผลสกอร์รวม 3-2 และยังเป็นรายการเดียว ที่พวกเขาพอจะมีลุ้นแชมป์ หลังตกรอบบอลถ้วยอื่นๆ ไปหมดแล้ว เช่นเดียวกับฟุตบอลลีก ที่ตามจ่าฝูงค่อนข้างเยอะ

แฟนบอลโปรไลเซนส์

By KICKOFF

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *