ต่อจากเมื่อวาน พวกเราพาเพื่อนๆ มา สรุปผลฟุตบอล ยูซีแอล 9 มีนาคม กันซักหน่อย เนื่องจากเกมระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบ สปอร์ติ้ง ลิสบอน และ เรอัล มาดริด พบกับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ลงเล่นกันไปเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา
โดย เก่งหลังเกม จะมาสรุปเกมทั้งสองนัด ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย เลกสอง ทำให้เรารู้กันแล้วว่า อีก 2 ทีมที่ตามเข้ารอบก่อนรองสุดท้าย จะเป็นใครกันบ้าง พร้อมกับ บทวิเคราะห์ฟุตบอล เช่นเคย
สรุปผลฟุตบอล ยูซีแอล 9 มีนาคม กับอีก 2 ทีมที่ตามมาติดๆ
1. แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-0 สปอร์ติ้ง ลิสบอน
คู่นี้บอกตรงๆ ว่าแทบไม่มีลุ้นอะไรแล้ว หลังในเลกแรก แมนซิตี้ บุกไปยำใหญ่มา 5-0 เกมนี้พวกเขา โรเตชั่นนักเตะหลายตำแหน่ง เนื่องจากความเป็นไปได้ ที่พวกเขาจะตกรอบ แทบจะเป็น 0
แถมสถานการณ์ในลีก ก็กำลังสุ่มเสี่ยง ทำให้เกมนี้ พวกเขามาเล่นแบบระวัง ไม่ให้เปลืองแรง ส่วนทีมเยือน ก็เหมือนยอมกลายๆ เพราะลำพังคุณภาพ ก็เป็นรองอยู่มากแล้ว แถมสกอร์ยังขาดอีก
เกมนี้ส่วนใหญ่ ก็เป็นทาง เรือใบสีฟ้า ที่ได้ครองบอลมากกว่า แต่ก็ถ้วยสกอร์ที่ขาดลอย ทำให้พวกเขา ไม่ได้ดันสูงเพื่อกดดัน หรือพยายามเพลสซิ่งหนัก ให้เสียแรงซักเท่าไหร่
อาจจะมีจังหวะทำประตูอยู่บ้าง แต่ก็เป็นจังหวะ ที่สร้างจากการฉวยเล่น ทั้งบอลทะลุช่อง หรืองัดข้ามแผงกองหลัง รวมไปถึงลูกตั้งเตะ ซึ่งหลายครั้ง ก็ใกล้เคียงกับการได้ประตู
โดยในต้นครึ่งหลัง พวกเขาส่งบอล ไปนอนก้นตาข่ายได้ จาก กาเบรียล เฆซุส แต่ก็โดน VAR ยึดคืน เพราะเจ้าตัวลำหน้าเพียงเล็กน้อย สกอร์เลยกลับมาที่ 0-0
สังเกตุได้ชัดเจน ว่าเกมนี้ริมเส้นของ เรือใบ ปล่อยให้แนวรุก ดวลเดี่ยวกับคู่ต่อสู้เป็นหลัก โดยแบ็คของทั้งสองข้าง จะไม่เติมสูงมากนัก ซึ่งเป็นการเซฟไปในตัว
หรือเรียกง่ายๆ ว่า ได้ก็ดี ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร สังเกตุจากแบ็คทั้งสองข้าง ไม่ได้มีส่วนร่วมกับเกมรุกเลย ขนาดแบ็คขวา ยังส่งดาวรุ่ง ที่ลงเล่นชุดใหญ่ เป็นนัดที่สองในอาชีพ ลงสนามเลย
ส่วนผู้มาเยือน ก็ไม่ได้โถม เพื่อเอาตัวประตูคืนมากเท่าไหร่ อาจจะมีบ้าง ที่พยายามเปิดเกมรุก แต่ก็คล้ายกับทางเจ้าบ้าน คือขอไม่เน้นเสียไว้ก่อน
อาจเป็นเพราะ ผลเสมอในเกมนัดนึง นั้นมีผลต่อเงินรางวัล ที่จะได้จากการแข่งขัน เป็นนัดๆ ไป ไม่เกี่ยวกับผลรวมว่า จะตกรอบหรือเข้ารอบ พวกเขาก็ยังได้รางวัล ในเรตที่มากกว่า
ท้ายที่สุด เกมนี้จึงจบลง ด้วยการเสมอกันไป แบบไม่มีสกอร์ รวมผลสองนัด แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เข้ารอบด้วยผลสกอร์รวม 5-0 ผ่านเข้ารอบไปแบบชิลๆ สมราคาทีมเต็ง
2. เรอัล มาดริด 3-1 ปารีส แซงต์ แชร์กแมง
เลกแรก เปแอสเช กุมความได้เปรียบพอสมควร หลังเปิดบ้านเอาชนะได้ 1-0 ทำให้เกมนี้มาเล่นแบบสบายๆ ส่วน มาดริด ต้องชนะสถานเดียว แถมต้องสกอร์ 2 ลูก
ทั้งสองทีม จัดชุดใหญ่มาแน่นอน เพราะทางเจ้าบ้าน ขึ้นชื่อว่าจ้าวยุโรป ผู้ได้แชมป์มากที่สุด ในประวัติศาสตร์ของรายการ ส่วนทีมเยือน ทุ่มทุนมากมาย ก็เพื่อแชมป์รายการนี้
ช่วงต้นเกม ทางเจ้าบ้านก็พยายาม ที่จะยิงประตูเพื่อตีเสมอย่างรวดเร็ว แต่กลับกลายเป็นทีมเยือน ที่ทำได้ดีกว่า และมีโอกาสจบหลายต่อหลายครั้ง น่าเสียดายที่ใช้โอกาสเปลืองไปหน่อย
แต่ความพยายาม ก็มาประสบความสำเร็จ จากจังหวะสวนกลับเร็ว และเป็น คีเลียน เอ็มบัปเป้ ที่แม้จะถูกบีบมุม แต่ก็ยิงเสียบเสาแรก ให้ เปแอสเช ขึ้นนำในช่วงท้ายครึ่งแรก
ตรงนี้สถานการณ์ของ ราชันชุดขาว ค่อนข้างลำบาก เพราะหมายถึงต้องยิงถึง 2 ประตู เพื่อเสมอ และ 3 ประตู เพื่อเข้ารอบ กับรูปเกมที่ไม่ได้เปรียบนัก
เริ่มครึ่งหลังมา มาดริด ยังบุกไม่ได้น้ำ ไม่เนื้อมากนัก เช่นเดียวกับทาง ปารีส ที่กลายเป็นบอลชิลๆ เหมือนความตั้งใจดรอปลงหลายเปอร์เซ็น
แต่จากจังหวะไม่มีอะไร จานลุยจิ ดอนนารุมม่า ดันไปยึกยัก จนโดน คาริม เบนเซม่า เบียดแย่งบอลได้ในเขตโทษ ก่อนที่ วินิซิอุส จูเนียร์ จะตามไปเก็บบอล แล้วจ่ายคืนมาให้ เบนเซม่า ยิงเข้าไปง่ายๆ
หลังจากนั้น ชุดขาว เหมือนได้ใจ ไล่ขึงเกมบุกอย่างหนัก จนแนวรับของ เปแอสเช เริ่มยวบลงอย่างเห็นได้ชัด ก่อนที่จะเป็น เบนเซม่า คนเดิม ที่มายิงให้ มาดริด ขึ้นนำไปเป็น 2-1
ทำให้ผลสกอร์รวม กลับมาที่ 2-2 ตอนนี้โอกาสเข้ารอบ กลับมาเท่ากันแล้ว เพราะกฎอเวย์โกล ได้ถูกยกเลิกไป ยิ่งทำให้ทางเจ้าบ้าน ยิ่งคึกใหญ่ เพราะโมเมนตัม กำลังเทกลับมาหาพวกเขา
ก่อนที่อีกไม่กี่นาที คิง คาริม จะมายิงแฮตทริค และเป็นประตูชัย ให้ เรอัล มาดริด เอาชนะไป 3-1 รวมผลสองนัด พลิกกลับมาเข้ารอบหน้าตาเฉย ด้วยสกอร์รวมด้วย 3-2
แฟนบอลโปรไลเซนส์
