ผ่านไปแล้ว สำหรับเกมคัดบอลโลก โซนยุโรป รอบแบ่งกลุ่ม ที่แข่งขันกันครบทุกทีม ทำให้วันนี้พวกเราจะมา อัพเดทสถานการณ์ ฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนยุโรป กันซักหน่อย ว่าในแต่ละกลุ่ม มีผลการแข่งขันเป็นยังไง และมีทีมใดบ้าง ที่ได้เข้าไปเล่นใน ฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย
โดย เก่งหลังเกม จะพาเพื่อนๆ มาสรุปสถานการณ์ดังกล่าว พร้อมกับ บทวิเคราะห์ฟุตบอล ในสไตล์ของพวกเรา เช่นเคย หากเพื่อนๆ ไม่อยากพลาด บทความฟุตบอล ดีๆ อย่าลืมติดตามพวกเราต่อไป ด้วยนะครับ
อัพเดทสถานการณ์ ฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนยุโรป
โดยฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนยุโรป นั้นแบ่งออกเป็น 10 กลุ่ม 5 กลุ่มแรก มีกลุ่มละ 5 ทีม ส่วนอีก 5 กลุ่มที่เหลือ มีกลุ่มละ 6 ทีม กติกาก็ง่ายๆ แชมป์กลุ่มของแต่ละกลุ่ม จะได้เข้าไปเล่น ฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย ทันที
ส่วนรองแชมป์กลุ่มของแต่ละกลุ่ม รวมอีก 10 ทีม จะถูกไปจัดเรียงอันดับ กับอีก 2 ทีมที่ดีที่สุดในรายการ ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก โดยหาจากทีม ที่พลาดแชมป์และรองแชมป์กลุ่ม อีกสองทีม
กลุ่ม A
แชมป์กลุ่มเป็นทาง เซอร์เบีย ที่มาพลิกชนะ โปรตุเกส ในการแข่งขันนัดสุดท้าย ด้วยสกอร์ 2-1 แซงทาง โปรตุเกส เข้าไปเล่นในรอบสุดท้าย ส่วน ฝอยทอง หล่นไปเล่นในรอบเพลย์ออฟ
กลุ่ม B
สเปน สามารถคว้าแชมป์กลุ่มมาครองได้ ไม่ผิดความคาดหมายเท่าไหร่ แต่เอาเข้าจริงๆ ลุ้นเยี่ยวเหนียว ต้องวัดถึงนัดสุดท้ายกับอันดับสอง อย่าง สวีเดน โดยทาง กระทิงดุ เอาชนะไปได้ในช่วงท้ายเกม 1-0
กลุ่ม C
เป็นอีกกลุ่ม ที่พลิกพอสมควร โดยนัดสุดท้าย อิตาลี ทำได้แค่บุกไปเสมอกับ ไอร์แลนด์เหนือ 0-0 เลยโดนทาง สวิสเซอร์แลนด์ ที่เปิดบ้านถล่ม บัลแกเรีย 4-0 แซงเข้าป้าย คว้าแชมป์กลุ่ม หน้าตาเฉย
กลุ่ม D
ลอยลำมานานแล้ว โดย ฝรั่งเศส สามารถคว้าแชมป์กลุ่มแบบไร้พ่าย เกมหลังๆ เลยไม่ค่อยเหนื่อยนัก ส่วนทางอันดับสอง เป็นของ ยูเครน ที่แม้จะไร้พ่ายเหมือนกัน แต่หนักไปทางเสมอ ถึง 6 นัด ชนะแค่ 2
กลุ่ม E
เบลเยี่ยม เป็นแชมป์กลุ่มตั้งแต่ไก่โห่ ด้วยผลงานไร้พ่าย ชนะ 6 เสมอ 2 ซึ่งนัดสุดท้ายเป็นการเสมอกับ เวลส์ 1-1 แบบปล่อยจอย เพราะลอยลำไปนานแล้ว เลยขนสำรองลงเกือบยกทีม ส่วนทาง มังกรแดง ก็ได้ไปเล่นรอบเพลย์ออฟ
กลุ่ม F
เดนมาร์ก คว้าแชมป์กลุ่ม การันตีการเข้าไปเล่นรอบสุดท้าย เป็นทีมแรกของโซนยุโรป หลังโชว์ผลงานสุดแจ่ม ชนะ 9 นัดรวด ก่อนที่จะมาแพ้ในเกมสุดท้าย ต่อ สกอตแลนด์ 0-2 ซึ่งทาง ขี้เมา ก็ได้ไปเล่นในรอบเพลย์ออฟอีกทีม
กลุ่ม G
ฮอลแลนด์ ก็มาตามนัด แม้จะตะกุกตะกักไปบ้างก็ตาม โดยอันดับสองเป็นของ ตุรกี ที่ไล่ตามไม่ยอมลดละ ส่วนที่น่าเจ็บใจคงเป็นอันดับสาม อย่าง นอร์เวย์ ที่ไล่จี้จ่าฝูงมาโดยตลอด แต่มาพลาดเก็บได้แต้มเดียว ในสองนัดสุดท้าย จบเพียงอันดับสาม เท่านั้น
กลุ่ม H
แชมป์กลุ่มเป็ฯของ โครเอเชีย ซึ่งต้องบอกว่ากลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ไม่แข็งเท่าไหร่ ซึ่งตราหมากรุก ก็เกือบเอาตัวไม่รอด มาแซงเข้าป้าย เพราะนัดสุดท้าย เปิดบ้านเฉือน รัสเซีย 1-0 จากลูกทำเข้าประตูตัวเอง ทาง หมีขาว ก็ต้องเหนื่อยในรอบเพลย์ออฟกันต่อ
กลุ่ม I
อังกฤษ เป็นอีกทีมที่เข้าป้ายแบบชิลๆ โดยคู่แข่งที่พอทัดเทียมจริงๆ มีเพียง โปแลนด์ ทีมเดียว แต่ก็ทำเอาพวกเค้าเกือบแย่ ส่วน โปแลนด์ ที่จบอันดับสอง ก็ต้องไปลุ้นเอาในรอบเพลย์ออฟแทน
กลุ่ม G
เยอรมัน เป็นทีมแรกๆ ของยุโรป ที่เข้าป้ายคว้าแชมป์กลุ่ม ด้วยผลงานชนะ 9 แพ้ 1 โดยนัดเดียวที่แพ้ เป็นการแพ้ช็อคต่อ มาร์ซิโดเนียเหนือ ในยุคของกุนซือคนเก่า
ซึ่งในรอบเพลย์ออฟ 6 ทีมที่ดีที่สุดจาก อันดับสองของแต่ละกลุ่ม จะได้เป็นทีมวาง บวกกับอีกสองทีมอย่าง ออสเตรีย และ เช็ค ที่ผลงานดีที่สุด ในรายการยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก โดยจากทั้ง 12 ทีมจะมีเก้าอี้ว่างอีกเพียง 3 ที่เท่านั้น
แฟนบอลโปรไลเซนส์
