มาสรุปผลฟุตบอล เอฟเอ คัพ รอบ 4 กันซักหน่อย หลังเกมในรอบดังกล่าว แข่งกันครบทุกคู่แล้ว โดยฟุตบอลถ้วย รายการที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ถือว่าเป็นฟุตบอลถ้วย ภายในประเทศ ที่ได้รับความสนใจ มากที่สุดรายการนึง
โดย เก่งหลังเกม จะมาสรุปผล ฟุตบอลรายการดังกล่าว ทั้ง 16 คู่ ว่ามีทีมใด ที่ได้ผ่านเข้าสู่รอบต่อไป พร้อมกับ บทวิเคราะห์ฟุตบอล จากพวกเรา อีกเช่นเคย
เอฟเอ คัพ รอบ 4 หลังจาก ฟุตบอลอังกฤษ กลับมาจากเบรกหนีหนาว
1. แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-1 (จุดโทษ 8-7) มิดเดิลสโบรห์
ช็อกซินิม่า ตั้งแต่คู่แรก ยิ่งกว่าข่าวที่ ช่อง 7 จะเลิกฉาย BIG Cinema โปรแกรมเพชร หนังพันล้าน โดยเกมนี้ ปีศาจแดง ได้จุดโทษ ตั้งแต่ต้นเกม แต่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดันยิงไม่เข้า แต่ไม่นาน ก็มาขึ้นนำได้จาก จาดอน ซานโช่
ก่อนที่ในช่วงครึ่งหลัง สิงห์แดง จะมาตีเสมอได้ จากจังหวะปัญหาหน่อยๆ ทำให้ทั้งคู่ ต้องดวลเป้าชี้ขาด และเป็นทาง ผู้มาเยือน ที่ยิงแม่นกว่า เอาชนะไปได้ ด้วยสกอร์ 8-7
2. เชลซี 2-1 (ต่อเวลาพิเศษ) พลีมัธ
เกือบตายแล้ว สำหรับทาง สิงโตน้ำเงินคราม ที่เบียดเอาชนะผู้มาเยือน ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ แถมช่วงท้ายมาเสียจุดโทษ แต่ เกป้า สามารถเซฟเอาไว้ได้ ทำให้พวกเขา ไม่ต้องไปดวลจุดโทษให้เสียว
3. คิดเดอร์มินสเตอร์ แฮริเออร์ส 1-2 (ต่อเวลาพิเศษ) เวสต์แฮม ยูไนเต็ด
เจ้าบ้าน แม้จะมาจากนอกลีก แต่เกือบมาล้มยักษ์ โดยพวกเขาออกนำไปก่อนในครึ่งแรก ก่อนที่ ขุนค้อน จะมาตีเสมอได้ในช่วงทดเจ็บ และมายิงประตูชัย ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ของช่วงต่อเวลาพิเศษ
4. คริสตัล พาเลซ 2-0 ฮาร์ทลี่พูล ยูไนเต็ด
ตามเนื้อผ้า ไม่มีพลิกโผ แม้ทาง ปราสาทเรือนแก้ว จะมีการพักตัวหลักหลายตำแหน่ง แต่ด้วยคุณภาพ ทำให้พวกเขาขี่ทีมเยือนตลอดทั้งเกม เข้ารอบไปแบบไม่เจ็บตัว
5. ฮัดเดอร์ฟิลด์ ทาวน์ 1-0 บาร์นสลีย์
เป็นการพบกัน ของสองทีมร่วมลีก เดอะ แชมเปี้ยนชิพ แต่ทางเจ้าบ้านทรงดีกว่าเยอะ เกมนี้ก็เบียดเอาชนะไปได้ จากประตูชัยในช่วงต้นเกม
6. ปีเตอร์โบโร่ ยูไนเต็ด 2-0 ควีนส์ พาร์ค เรนเจอร์ส
เช่นเดียวกัน เป็นการเจอกันของ สองทีมจาก เดอะ แชมเปี้ยนชิพ แต่คราวนี้เป็นทางเจ้าบ้าน ที่ปีนี้เสี่ยงตกชั้น ดันเปิดบ้านต้อนทีมเยือน ที่ปีนี้มีลุ้นขึ้นมาพรีเมียร์ลีก
7. เซาแธมป์ตัน 2-1 (ต่อเวลาพิเศษ) โคเวนทรี ซิตี้
นักบุญ เกือบเอาตัวไม่รอด หลังจากโดนออกนำไปก่อน และกว่าจะตีเสมอได้ ต้องรอถึงช่วงครึ่งเวลาหลัง แถมยังต้องรอถึงช่วงต่อเวลาพิเศษ กว่าจะได้ประตูชัย พาทีมผ่านเข้ารอบมาได้
8. เอฟเวอร์ตัน 4-1 เบรนท์ฟอร์ด
ทอฟฟี่สีน้ำเงิน ประเดิมเกมแรก ในการคุมทีมของ แฟรงค์ แลมพาร์ด ได้อย่างสวยงาม แถมเป็นการเอาชนะ ทีมจากลีกสูงสุด อย่าง ผึ้งน้อย ด้วยสกอร์ที่ขาดลอย
9. สโต๊ค ซิตี้ 2-0 วีแกน แอธเลติก
ช่างปั้นหม้อ เอาชนะไปได้แบบไม่ยากนัก เพราะผู้มาเยือน ที่มาจาก ลีกวัน ดูเป็นรองพอสมควร ซึ่งก็ถือว่าตามเนื้อผ้า ไม่มีอะไรพลิกล็อคเลย
10. แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 4-1 ฟูแล่ม
แม้จะปรับทีมยังไง แต่สำหรับ เรือใบสีฟ้า ยังไงก็แกร่งทั่วแผ่น เกมนี้พวกเขาเปิดบ้านต้อน เจ้าสัว จนกลับลอนดอนแทบไม่ถูก ผ่านเข้ารอบไปแบบลุ้นแชมป์ทุกรายการ
11. วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอร์เรอร์ส 0-1 นอริช ซิตี้
น่าผิดหวังมาก สำหรับทาง หมาป่า ที่แพ้คาบ้านต่อ นกขมิ้นเหลืองอ่อน ที่ฟอร์มการเล่นไม่เอาไหน เป็นตัวเต็งที่จะตกชั้นกลับไปสู่ เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ถึงกระนั้น วูล์ฟส์ ก็ยังอุตส่าห์แพ้คาบ้าน
12. เคมบริดจ์ ยูไนเต็ด 0-3 ลูตัน ทาวน์
คุณภาพถือว่าต่างกันพอควร โดยทีมเยือนอาศัยคุณภาพที่เหนือกว่า บุกมาเอาชนะไปได้แบบไม่ยาก ทั้งการขึ้นนำห่างในช่วงต้นเกม ก่อนที่จะมาปิดท้าย ได้ในช่วงก่อนหมดเวลา
13. ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 3-1 ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน
สกอร์แม้ดูห่าง แต่เอาเข้าจริงๆ เกมนี้ค่อนข้างสูสีกันมาก ทาง นกนางนวล อาจจะโชคร้ายซักหน่อย ในจังหวะที่เสียประตู แต่ก็ต้องชมแนวรุกของ ไก่เดือยทอง ที่แม้โอกาสไม่เยอะ แต่ก็ใช้โอกาสไม่เปลือง
14. ลิเวอร์พูล 3-1 คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้
หงส์แดง ที่ไม่มี ซาลาห์ กับ มาเน่ ไม่มีปัญหาใดๆ หลังยังเก็บชัยได้ต่อเนื่อง แม้ในครึ่งแรกจะเสมอกันอยู่ที่ 0-0 แต่ก็เป็นทาง หงส์แดง ที่เอาบอลไปเล่นฝ่ายเดียว ก่อนที่จะมารัวสกอร์ใส่ในช่วงครึ่งหลัง
15. น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ 4-1 เลสเตอร์ ซิตี้
เจ้าป่า พิสูจน์ให้เห็นแล้ว ว่ารอบก่อนหน้าที่ล้ม อาร์เซน่อล ได้นั้นไม่ใช่โชคช่วย เกมนี้เปิดบ้านถล่มทีมหัวแถวของลีกสูงสุด อย่าง จิ้งจอกสีน้ำเงิน ซะหมดรูป ขายขี้หน้าสุดๆ สำหรับทางผู้มาเยือน
16. บอร์นมัธ 0-1 บอร์แฮม วู๊ด
เรียกว่าพลิกล็อคได้เหมือนกัน เพราะทาง ผู้มาเยือน ทีมกึ่งอาชีพ บุกมาเอาชนะ ทีมจาก เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ถึงถิ่น 1-0 จากประตูชัยในช่วงท้ายครึ่งแรก ถือว่าเป็น แจ็คผู้ฆ่ายักษ์ เหมือนกัน
แฟนบอลโปรไลเซนส์
